ชีวิตคริสเตียนที่พระเจ้าทรงพอพระทัย

FollowHisSteps.com
 


"16 จงชื่นบานอยู่เสมอ
17 จงอธิษฐานอย่างสม่ำเสมอ
18 จงขอบพระคุณในทุกกรณี เพราะนี่แหละเป็นพระประสงค์ของพระเจ้า สำหรับพวกท่านในพระเยซูคริสต์" (1เธสะโลนิกา 5:16-18 ThaiTSV2002)


วันนี้เป็นวันขอบคุณพระเจ้า ขอบคุณพระเจ้าที่มีผู้ที่รับศีลบัพติสมา ประกาศความเชื่อ และโอนย้ายสมาชิกหลายคน

พระเจ้าทรงป็นเจ้าของชีวิตของเรา เราต้องตระหนักอยู่เสมอว่า เราจะต้องดำเนินชีวิตอย่างไรจึงจะเป็นที่ชอบพระทัยของพระองค์

พระธรรม 1เธสะโลนิกา 5:16-18 ตอนนี้ได้บอกไว้อย่างชัดเจนว่า ชีวิตที่พระเจ้าทรงพอพระทัย มีอย่างน้อย 3 ประการด้วยกัน

 

1. ความชื่นชมยินดี


"จงชื่นบานอยู่เสมอ" (1เธสะโลนิกา 5:16-18)


ความชื่นชมยินดีเป็นลักษณะพิเศษที่พวกเราคริสเตียนมี เพราะพระเยซูคริสต์ทรงประทานสันติสุขที่แท้จริงให้แก่เราแล้ว และสันติสุขนี้เองที่ทำให้เรามีชีวิตที่มีความชื่นชมยีนดีได้ตลอดเวลา จึงไม่น่าแปลกใจที่อาจารย์เปาโลได้เน้นย้ำให้ชาวฟิลิปปีชื่นชมยีนดีอยู่ตลอดเวลา

"จงชื่นชมยินดีในองค์พระผู้เป็นเจ้าทุกเวลา ข้าพเจ้าขอย้ำอีกครั้งว่า จงชื่นชมยินดีเถิด"  (ฟิลิปปี 4:4 ThaiTSV2002)

ผลดีของการชื่นชมยินดีคือ

1. เป็นที่ชอบพระทัยของพระเจ้า ถ้าชีวิตของเรายังหงอยเหงา วิตกกังวลมาก กลัวหลายสิ่งหลายอย่าง เป็นทุกข์ในเรื่องนั้นเรื่องนี้ วุ่นวายไปหมดจนขาดสันติสุข ชีวิตของเราก็จะขาดสง่าราศีในการเป็นลูกของพระเจ้า และจะไม่เป็นที่ถวายเกียรติแด่พระเจ้าอย่างแน่นอน ตรงกันข้ามครับ ถ้าเรามีสันติสุขในชีวิต เราจะมีความสงบ เราจะรู้จักพึ่งพาในพระเจ้าตลอดเวลา และจะสามารถผจญกับทุกสิ่งในชีวิตได้ แม้ว่าจะต้องเจอปัญหาในชีวิตเหมือนคนอื่น ๆ ต้องอยู่ในสังคมที่เลวร้ายต่าง ๆ เช่นกับคนอื่น เราก็จะยังสามารถชื่นชมยินดีได้ และจะเป็นพยานเพื่อที่จะถวายเกียรติแด่พระเจ้า และแน่นอน ชีวิตของเราก็จะเป็นที่ชอบพระทัยแก่พระเจ้า

"17 แม้ต้นมะเดื่อไม่มีดอกบาน หรือเถาองุ่นไม่มีผล ผลมะกอกเทศก็ขาดไป ทุ่งนามิได้เกิดอาหาร ฝูงสัตว์ขาดไปจากคอก และไม่มีฝูงวัวที่ในโรง
18
ถึงกระนั้นข้าพเจ้าจะร่าเริงในพระเจ้า ข้าพเจ้าจะเปรมปรีดิ์ในพระเจ้าแห่งความรอดของข้าพเจ้า
19
พระเยโฮวาห์คือองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเป็นกำลังของข้าพเจ้า พระองค์ทรงกระทำเท้าของข้าพเจ้าเหมือนอย่างตีนกวางตัวเมีย พระองค์ทรงกระทำให้ข้าพเจ้าเดินไปบนที่สูงทั้งหลายของข้าพเจ้า ถึงหัวหน้านักร้อง ใช้เครื่องสาย" (ฮาบากุก 3:17-19 ThaiTSV2002)

2. มีประโชน์แก่ตัวเราเองอย่างมาก ชีวิตที่มีความชื่นชมยินดีอยู่เสมอ ในสมองจะมีสาร Endorphin หลั่งมาตลอดเวลาในสมอง เป็นสารที่ทำให้เรามีความสุข ฮอร์โมนนี้เองที่ส่งเสริมให้สุขภาพของเราแข็งแรงขึ้น พระเจ้าทรงรักเรามาก พระองค์ทรงปรารถนาที่จะให้เราทั้งหลายมีความสุข ให้เรามีความชื่นชมยินดีอยู่ตลอดเวลา เพื่อที่สุขภาพร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณจะได้งดงามอยู่ตลอดเวลาด้วย

ในงานคอนเสิร์ต "Let Hymn In" พี่ปุ๊ อัญชลี จงคดีกิจ ได้เป็นพยานว่า ถึงแม้ว่าท่านอายุ 50 กว่าแล้วก็ตาม แต่ท่านก็ยังดูสาวราวอายุ 30 กว่า เพราะว่าภายในมีความสุข จึงดูไม่แก่ ท่านที่รักทุกท่านครับ เราอยู่ที่นี่ ถึงแม้ว่าอายุจะมากแล้ว แต่จริง ๆ แล้วพวกเรายังดูสาวและหนุ่มอยู่ตลอดเวลา เพราะว่าเรามีสันติสุขขององค์พระเยซูคริสต์เจ้าอยู่ในหัวใจนั่นเอง

"บุคคลผู้สนใจในพระวจนะจะพบของดี และคนที่วางใจในพระเจ้าจะสุขสบาย" (Proverbs 16:20 ThaiTSV1971)

 

2. ชีวิตที่อธิษฐานอย่างสม่ำเสมอ


"จงอธิษฐานอย่างสม่ำเสมอ" (1เธสะโลนิกา 5:17 ThaiTSV2002)


ชีวิตของคริสเตียน มีสิทธิพิเศษในการที่จะสามารถอธิษฐานกับพระเจ้า และได้รับการปกป้องจากพระเจ้า

"ข้าพระองค์ไม่ได้ขอให้พระองค์เอาพวกเขาออกไปจากโลก แต่ขอให้ปกป้องเขาไว้ให้พ้นจากมารร้าย" (ยอห์น 17:15 ThaiTSV2002)

"แต่พวกท่านเป็น พงศ์พันธุ์ที่ทรงเลือกสรร เป็นพวกปุโรหิตหลวง เป็นชนชาติบริสุทธิ์ เป็นประชากรอันเป็นกรรมสิทธิ์ของพระเจ้า เพื่อให้พวกท่านประกาศพระเกียรติคุณ (แปลได้อีกว่า ประกาศกิจการอันอัศจรรย์) ของพระองค์ ผู้ได้ทรงเรียกพวกท่านให้ออกมาจากความมืด เข้าไปสู่ความสว่างอันมหัศจรรย์ของพระองค์" (1เปโตร 3:9 ThaiTSV2002)

ปุโรหิตมีบทบาทหน้าที่สำคัญในการอธิษฐาน ในการติดต่อกับพระเจ้า ในสมัยกลางของประวัติศาสตร์คริสตจักรได้มีการสอนผิดเพี้ยนว่าพระเท่านั้นที่จะสามารถอธิษฐาน เป็นตัวกลางกับพระเจ้าได้ แต่ท่านมาร์ติน ลูเธอร์ ผู้ซึ่งป็นพระเหมือนกัน ได้ออกมาคัดค้าน โดยใช้ข้อพระคัมภีร์นี้ยืนยันว่าเราทุกคนเป็นปุโรหิตหลวง คริสเตียนทุกคนมีสิทธิที่จะอธิษฐานติดต่อกับพระเจ้าได้โดยตรง ไม่ต้องอาศัยคนกลาง

"เพราะฉะนั้นท่านจงสารภาพบาปต่อกันและกัน และจงอธิษฐานเผื่อกันและกัน เพื่อท่านทั้งหลายจะได้รับการรักษาโรค คำวิงวอนของผู้ชอบธรรมนั้นมีพลังมากและเกิดผล" (ยากอบ 5:16 ThaiTSV2002)

ในพระคัมภีร์ 1เธสะโลนิกา จึงได้เขียนย้ำให้เราอธิษฐานอย่างสม่ำเสมอ เพราะการอธิษฐานวิงวอนมิได้เพียงอธิษฐานเพื่อขอเท่านั้น แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือการมีสัมพันธ์ที่ดีกับพระเจ้า เน้นเรื่องความผูกพันกับพระเจ้าตลอดเวลา หรือพูดอีกนัยหนึ่งว่า "การมีสัมพันธภาพกับพระเจ้าอยู่ตลอดเวลา" นั่นเอง เหมือนกับพ่อแม่ที่ปรารถนาที่จะให้ลูกมีความสัมพันธ์ที่ดีกับท่าน

นี่มิได้หมายความว่าเราจะต้องอธิษฐานกับพระเจ้าตลอดเวลาโดยไม่ต้องทำอะไรเลย เอาแต่อธิษฐานอย่างเดียว แต่หมายความว่าให้เราติดสนิทกับพระเจ้าทุกเวลา ทำงานก็คิดถึงพระเจ้าได้ เห็นธรรมชาติที่สวยงามก็คิดถึงความยิ่งใหญ่ของพระเจ้าได้ เจอปัญหาที่หนักใจก็คิดเสมอว่าพระเจ้าทรงสามารถช่วยได้ คนที่มีความผูกพันที่ดีกับพระเจ้า ไม่ว่าจะเจออะไรก็จะนึกถึงพระเจ้าเสมอ

มีนักวิชาการคนหนึ่งพูดไว้น่าสนใจว่า การอธิษฐานกับพระเจ้าอย่างสม่ำเสมอ หมายถึง การ Online กับพระเจ้าตลอดเวลา

เมื่อเราคิดถึงสิทธิอำนาจในการอธิษฐาน เราจะต้องขอบคุณพระเจ้ามาก ๆ เพราะจริง ๆ แล้วเราเป็นใคร เราดีเพียงไร เรามีเงื่อนไขที่ดีอย่างไร ที่พระเจ้าได้ทรงประทานสิทธินี้ให้แก่เรา ทั้งสิ้นล้วนเป็นพระคุณความรักของพระเจ้า พระองค์ทรงรัก และให้ความสำคัญแก่เรา

ท่านที่รักครับ ให้เรารักษาสัมพันธภาพที่ดีกับพระเจ้าตลอดเวลา อย่าให้ขาดเลย แล้วเราจะได้รับพลังจากพระเจ้าในการเผชิญปัญหาทั้งปวง ให้เรามีกำลังที่จะก้าวไปข้างหน้าอย่างมีชัยชนะ

ข้อคิดที่อยากฝากให้เราได้คิด ได้แก่

อธิษฐานมาก จะเหนื่อยน้อย

อธิษฐานน้อย จะเหนื่อยมาก

ไม่อธิษฐานเลย จะเหนื่อยเปล่า

"6 อย่ากระวนกระวายในสิ่งใดๆเลย แต่จงทูลพระเจ้าให้ทรงทราบทุกสิ่งที่พวกท่านขอ โดยการอธิษฐานและการวิงวอน พร้อมกับการโมทนาพระคุณ
7 แล้วสันติสุขของพระเจ้าที่เกินความเข้าใจ จะคุ้มครองจิตใจและความคิดของท่านทั้งหลายไว้ในพระเยซูคริสต์" (ฟิลิปปี
4:6-7 ThaiTSV2002)

 

3. ชีวิตที่รู้จักขอบคุณพระเจ้าในทุกกรณี


"จงขอบพระคุณในทุกกรณี เพราะนี่แหละเป็นพระประสงค์ของพระเจ้า สำหรับพวกท่านในพระเยซูคริสต์" (1เธสะโลนิกา 5:18 ThaiTSV2002)


ขอบคุณพระเจ้าในทุกกรณี หมายความว่า ขอบคุณพระเจ้าในทุกสถานการณ์ ไม่ว่าสถานการณ์นั้นจะดีหรือไม่ดี นี่คือความหมายในพระคัมภีร์ที่ต้องการบอกกับเราว่า ไม่ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นกับเรา เราจะชอบหรือไม่ชอบ สมหวังหรือผิดหวัง ดีหรือไม่ดี ให้เราสามารถขอบพระคุณพระเจ้าได้ในทุกกรณี

ชีวิตคริสเตียน เรามีความมั่นใจว่าชีวิตของเราอยู่ในแผนการของพระเจ้าแล้ว เรามีพระเจ้าเป็นผู้ทรงนำพาชีวิตเรา สถิตกับเรา ปกป้องรักษาเราอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน เพราะฉะนั้น เรื่องที่เกิดขึ้นกับเราทุกเรื่อง เป็นเรื่องที่พระเจ้าทรงอนุญาตให้เกิดจึงจะเกิดขึ้นได้ พระเจ้าทรงมีน้ำพระทัยที่ดียอดเยี่ยมกับเราทุกคน เพียงแต่ว่าในขณะนี้เราจะยังไม่สามารถเข้าใจได้อย่างแจ่มแจ้ง แต่ให้เรามั่นใจเถิดว่า พระองค์ทรงมีแผนการที่ดีให้กับผู้ที่รักพระองค์

"เรารู้ว่า เหตุการณ์ทุกอย่างร่วมกันก่อผลดีแก่คนที่รักพระเจ้า คือแก่คนทั้งหลายที่พระองค์ทรงเรียกตามพระประสงค์ของพระองค์" (โรม 8:28 ThaiTSV 2002)

ด้วยเหตุนี้ เราจึงสามารถขอบคุณพระเจ้าได้ตลอดเวลา ได้ทุกเรื่อง ได้ในทุกกรณี

"จงขอบพระคุณพระเจ้าคือพระบิดาอยู่เสมอสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง ในพระนามของพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา" (เอเฟซัส 5:20)

มัทธิว เฮ็นรี นักเทศน์ผู้มีชื่อเสียง ขณะเดินทางไปเทศนาก็ถูกโจรวิ่งราวเอาสิ่งของไป คนที่ผ่านมาก็บอกว่า "ไม่น่าเกิดขึ้นเลย" แต่ท่านกลับบอกว่าในเรื่องที่เกิดขึ้นนี้ ท่านมีถึง 4 เรื่องที่ท่านจะขอบพระคุณพระเจ้า

  • นี่เป็นครั้งแรกในชีวิต ที่ได้มีประสบการณ์ถูกวิ่งราว
  • คนที่ขโมยเอากระเป๋าไปเท่านั้น ไม่ได้ทำร้ายร่างกายเลย
  • แม้ว่าขโมยเอากระเป๋าทั้งกระเป๋าไป แต่ข้างในมีเงินอยู่ไม่มาก
  • ข้าพเจ้าเป็นคนที่ถูกวิ่งราว ข้าพเจ้าไม่ได้ยากไร้จนต้องไปวิ่งราวเอาของของคนอื่น

ท่านที่รักครับ เมื่อเรารู้จักขอบคุณพระเจ้า ไม่ว่าเรื่องใด ๆ เราก็จะสามารถขอบคุณพระเจ้าได้

ตรงข้ามกับการขอบคุณพระเจ้า ก็คือ เสียงบ่น เสียงว่า

น้ำชาในแก้วหนึ่ง มีเพียงครึ่งแก้ว คนที่มักบ่น จะมองว่ามีแค่ครึ่งแก้ว แต่สำหรับคนที่รู้จักของพระคุณพระเจ้าจะมองว่ามีตั้งครึ่งแก้ว แค่นี้ก็พอใจแล้ว

มีน้ำถ้วยหนึ่ง เต็มอยู่ คนที่ขี้บ่นเมื่อหยิบขึ้นมา ก็บอกว่า ทำไมใส่จนล้นขนาดนี้ล่ะ ทำให้มือเปียก แต่คนที่รู้จักขอบคุณพระเจ้าก็จะบอกว่า ถ้วยน้ำนี้เต็มล้น ช่างวิเศษอะไรเช่นนี้

คนที่รู้จักขอบคุณพระเจ้า ไม่ว่าเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ เขาก็ขอบคุณพระเจ้าได้ แม้พบปัญหาหรืออุปสรรค เขาก็จะสามารถขอบคุณพระเจ้า แล้วเขาก็จะบอกว่าอุปสรรคหรือปัญหาที่พบนั้น ไม่มากจนเกินไป

แต่คนที่ไม่รู้จักขอบคุณพระเจ้า แม้ว่าพระเจ้าจะประทานพระคุณให้พระเจ้าอย่างเต็มล้น แต่เขาก็จะบ่นว่า น้ำล้นอย่างนี้ มือถือถ้วยก็จะเปียกไปด้วย

"ขอขอบพระคุณพระเจ้า เพราะของประทานที่เกินความคาดคิดซึ่งพระองค์ประทานนั้น" (2โครินธ์ 9:15 ThaiTSV2002)

 

ศจ. วิรัช เศรษฐโสภณกุล

สรุปคำเทศนาโบสถ์จีน คริสตจักรสะพานเหลือง

เมื่อวันที่ 23/11/2008

เรื่อง ชีวิตคริสเตียนที่พระเจ้าทรงพอพระทัย

สรุปโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์

 

  • ถ้าท่านอ่านแล้ว มีความปรารถนาที่จะเปิดใจออก อธิษฐานทูลเชิญพระเยซูคริสต์เสด็จเข้ามาในชีวิตของท่าน และเป็นพระเจ้าของท่าน  กรุณาไปที่หน้า คำอธิษฐาน

  • ถ้าคุณอ่านแล้วสนใจ กรุณาติดต่อคริสตจักรใกล้บ้านท่านได้เลยครับ หรือถ้าหากต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม ก็ติดต่อโดยตรงได้ที่อีเมลของผมเลยครับ ton@followhissteps.com

FollowHisSteps.com

ได้รับการสนับสนุน Web Hosting จาก SPAComputer.com, ThaWang.com