การกลับใจและบังเกิดใหม่

FollowHisSteps.com
 

สวัสดีครับพี่น้อง วันแม่ที่ผ่านมา มีโอกาสเทศนา 3 ที่  ที่คริสตจักรหนึ่งได้วางใบปลิวไว้ที่หน้าโบสถ์ รู้สึกว่าจะเป็นใบปลิวที่ทำโดยคนต่างประเทศ และใช้เรื่องราวของคนไทยเพื่อประกาศข่าวประเสริฐให้แก่คนไทย โดยใช้ตำนานของสมเด็จพระสุริโยทัย ซึ่งเป็นสงครามระหว่างไทยและพม่า กษัตริย์ซึ่งเป็นพระสวามีของพระองค์ไปรบกับพม่า พระมเหสีกลัวว่าพระราชาจะสู้ไม่ได้ จึงออกรบด้วยด้วยความเป็นห่วง ปลอมตัวเป็นผู้ชาย เป็นนักรบ เมื่อกษัตริย์สู้รบกับแม่ทัพพม่า แล้วเกิดพลาดพลั้งขึ้น เอามีดจะฟัน สมเด็จพระสุริโยทัยจึงเอาตัวเข้าขวาง และโดนฟันจนลำตัวขาด แล้วใบปลิวนี้สรุปว่าสมเด็จพระสุริโยทัย ทรงยอมตายเพื่อพระสวามี เช่นเดียวกับที่องค์พระเยซูคริสต์ทรงยอมสิ้นพระชนม์เพื่อเราทั้งหลาย

อยากให้พี่น้องลองพิจารณาว่าการเปรียบเทียบเช่นนี้ถูกต้องหรือไม่ ?

พี่น้องครับ เทียบอย่างนี้ไม่ถูก ให้ลองมาพิจารณาร่วมกัน

มีรูปหนึ่ง วาดโดยคนเกาหลี เป็นรูปที่พระเยซูคริสต์ทรงถ่ายภาพร่วมกับครอบครัว ซึ่งหน้าตาคล้าย ๆ กับพวกเราในที่นี้ แต่ละคนแต่งตัวอย่างดี หน้าตาดี ๆ แล้วได้เขียนอธิบายไว้ใต้ภาพว่า "A Grace" ซึ่งเป็นพระคุณของพระองค์ที่ทรงยอมมาถ่ายภาพร่วมกับเรา  สิ่งนี้เป็น "Grace" เป็นพระคุณเฉย ๆ แต่ไม่ใช่ "Amazing Grace"

แล้วมีรูปต่อมา ได้แสดงพระเยซู ทรงถ่ายรูปกับคนที่แต่งตัวสกปรก ติดยาเสพติด คนรักร่วมเพศ เด็กพังค์ ขี้เหล้าเมายา คนพิการ รักร้องพันธุ์ร็อก ผู้ก่อการร้าย เด็กอัฟริกาที่อดหยาก โสเภณี ขอทาน คนเหล่านี้ไม่มีอะไรที่จะกระตุ้นให้รักได้เลย คนทั่วไปเมื่อเจอคนเหล่านี้ก็จะเดินหนี แต่พระเยซูทรงรักพวกเขา ทรงยอมที่จะอยู่กับพวกเขา นี่แหละที่เรียกว่า "Amazing Grace" ไม่ใช่พระคุณธรรมดา แต่เป็นพระคุณอันมหัศจรรย์

พระสุริโยทัย ทางยอมตายแทนกษัตริย์ เพราะกษัตริย์เป็นคนดี แต่พระเยซูคริสต์ทรงยอมสิ้นพระชนม์เพื่อคนบาป

"7 อันที่จริง มีน้อยคนนักจะยอมตายเพื่อคนชอบธรรม แต่บางทีจะมีคนยอมตายเพื่อคนดีก็ได้
8 แต่พระเจ้าทรงสำแดงความรักของพระองค์แก่เรา คือขณะที่เรายังเป็นคนบาปอยู่นั้น พระคริสต์สิ้นพระชนม์เพื่อเรา" (โรม
5:7-8 ThaiTSV2002)

แม้จะมีมนุษย์เพียงแค่คนเดียวในโลกนี้ พระเยซูคริสต์ก็จะยังทรงเสด็จมา เพื่อตายแทนคนนั้น

ความรักแบบ อากาเป้ เป็นความรักที่ไม่ได้เกิดจากสิ่งกระตุ้นจากภายนอก

นักปรัชญากรีกผู้หนึ่งกล่าวว่า มนุษย์ทุกคนมีความรักบางอย่าง ซึ่งแม้รักอย่างมากก็ไม่กล้าบอกใคร เพราะเขารู้สึกว่าคนที่เขาจะบอกไม่สามารถเข้าใจได้ เขาจึงเก็บเอาไว้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ คือ ความบาป จึงไม่กล้าบอกใคร สิ่งเหล่านี้จะต้องได้รับการแก้ไข  และสิ่งที่จะแก้ไขความรักซึ่งเป็นความบาปนี้ คือ ความรักแบบอากาเป้ เป็นความรักที่เข้าใจ และพร้อมที่จะให้อภัยเสมอ พระเยซูทรงเข้าใจพวกเรา

 


"1 มีชายคนหนึ่งในพวกฟาริสีชื่อนิโคเดมัส เป็นขุนนางของพวกยิว
2 คนนี้มาหาพระเยซูตอนกลางคืนทูลพระองค์ว่า 'ท่านอาจารย์ เราทราบว่าท่านเป็นครูที่มาจากพระเจ้า เพราะไม่มีใครทำหมายสำคัญที่ท่านทำนั้นได้ นอกจากพระเจ้าสถิตกับเขา'
3 พระเยซูตรัสตอบเขาว่า 'เราบอกความจริงกับท่านว่า ถ้าคนใดไม่ได้เกิดใหม่(แปลได้อีกว่า เกิดจากเบื้องบน) คนนั้นไม่สามารถเห็นแผ่นดินของพระเจ้า'
4 นิโคเดมัสทูลพระองค์ว่า 'คนชราจะเกิดใหม่ได้อย่างไร? จะเข้าไปในท้องของแม่ครั้งที่สองแล้วเกิดใหม่ได้หรือ?'
5 พระเยซูตรัสว่า 'เราบอกความจริงกับท่านว่า ถ้าใครไม่ได้เกิดจากน้ำและพระวิญญาณ คนนั้นจะเข้าในแผ่นดินของพระเจ้าไม่ได้
6 ที่เกิดจากเนื้อหนังก็เป็นเนื้อหนัง และที่เกิดจากพระวิญญาณก็เป็นวิญญาณ
7 อย่าประหลาดใจที่เราบอกท่านว่า พวกท่านต้องเกิดใหม่
8 ลม(แปลได้อีกว่า พระวิญญาณ) จะพัดไปที่ไหนก็พัดไปที่นั่น และท่านได้ยินเสียงลมนั้นแต่ไม่รู้ว่าลมมาจากไหนและไปที่ไหน คนที่เกิดจากพระวิญญาณ(ภาษากรีกเป็นคำเดียวกับลมใน ข้อ 8) ก็เป็นอย่างนั้นทุกคน'
9 นิโคเดมัสทูลพระองค์ว่า 'เหตุการณ์อย่างนี้จะเป็นไปได้อย่างไร?'
10 พระเยซูตรัสตอบเขาว่า 'ท่านเป็นถึงอาจารย์ของคนอิสราเอล ท่านไม่เข้าใจสิ่งเหล่านี้เลยหรือ?
11 เราบอกความจริงกับท่านว่า เราพูดสิ่งที่เรารู้ และเป็นพยานถึงสิ่งที่เราเห็น แต่พวกท่านไม่ยอมรับคำพยานของเรา
12 ถ้าเราบอกพวกท่านถึงสิ่งต่างๆทางฝ่ายโลกและพวกท่านไม่เชื่อ แล้วท่านจะเชื่อได้อย่างไรถ้าเราบอกท่านถึงสิ่งต่างๆทางฝ่ายสวรรค์
13 ไม่มีใครเคยขึ้นไปสวรรค์นอกจากผู้ที่ลงมาจากสวรรค์ คือบุตรมนุษย์
14 โมเสสยกงูขึ้นในถิ่นทุรกันดารอย่างไร บุตรมนุษย์จะต้องถูกยกขึ้นอย่างนั้น
15 เพื่อทุกคนที่วางใจพระองค์จะได้ชีวิตนิรันดร์
16 พระเจ้าทรงรักโลกดังนี้ คือได้ประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ เพื่อทุกคนที่วางใจในพระบุตรนั้นจะไม่พินาศ แต่มีชีวิตนิรันดร์' " (ยอห์น 3:1-16 ThaiTSV2002)


นิโคเดมัสได้มาหาพระเยซูคริสต์ในคืนวันหนึ่ง ข้อสังเกตประการแรกก็คือ นิโคเดมัสได้ไปพบพระเยซูในเวลากลางคืน และพระองค์ก็ทรงสั่งสอนเขาเวลากลางคืนเช่นกัน ซึ่งเป็นบทเรียนแก่เราว่า การประกาศแก่ผู้ชายนั้น จะประกาศจนถึงเที่ยงคืนก็ได้ แต่ในบทที่ 4 จะเห็นได้ว่าพระองค์ทรงประกาศกับผู้หญิงตอนกลางวัน ดังนั้น ถ้าจะประกาศกับผู้หญิงต้องประกาศกลางวัน

นิโคเดมัสเป็นฟาริสี ซึ่งถือบัญญัติอย่างมากมาย ซึ่งมีกฎเกณฑ์ประมาณ 300 กว่าข้อ มีชีวิตที่เข้มงวดมาก แม้เขาจะเป็นระดับขุนนางแล้วและรักษาบัญญัติอย่างมากมาย แต่ลึก ๆ แล้วเขาไม่มั่นใจว่าจะรอดหรือไม่ ท่านจึงตัดสินใจมาหาพระเยซูในคืนวันนั้น

ถ้าคุณอยากรู้ว่าคุณจมอยู่ในความบาปหรือไม่ ให้ทำอย่างหนึ่ง คือ ลองพยายามทำดีดูสิ แล้วจะรู้ว่าทำได้ยากมาก ความบาปยังคงดึงเราอยู่ตลอดเวลา และนิโคเดมัสก็ได้ตระหนักข้อนี้ดีว่า เขายังคงอยู่ในบาป ยังเป็นคนบาป และเขาต้องการพระเยซูเพื่อรอดพ้นจากบาป

บทบัญญัติ เป็นเหมือนเครื่อง X-Ray เป็นเครื่องที่ทำให้เห็นความบาป ทำให้เห็นข้อบกพร่องต่าง ๆ มากมาย และเมื่อเห็นตัวแล้ว ก็จะมีคนอยู่ 2 ประเภท ได้แก่

  • คนที่บอกว่า ใช่ ฉันทำตามบัญญัติไม่ได้ 
  • คนที่บอกว่า ฉันทำได้ไม่ครบหรอก แต่ยังคงทำได้ตั้งหลายข้อ ทำได้มากกว่าคนหลายคน

คนประเภทหลังนี้ พระเยซูคริสต์ทรงเรียกว่า เป็นคนหน้าซื่อใจคด

เคยมีคนถามขงจื้อว่า "โลกนี้มีคนดีหรือไม่ ? ขงจื้อตอบว่า "มีคนดีอยู่ 2 คน คนแรกเพิ่งตายไปเมื่อวาน ส่วนอีกคนหนึ่งยังไม่เกิด" สรุปคือ โลกนี้ไม่มีคนดีสักคนเดียว

มีสุภาษิตจีนบทหนึ่ง "ยอมถามคน เป็นคนที่ฉลาด แต่คนที่คิดว่าตัวเองรู้หมดแล้ว คนนี้เป็นคนโง่เขลา"

 

"คนนี้มาหาพระเยซูตอนกลางคืนทูลพระองค์ว่า 'ท่านอาจารย์ เราทราบว่าท่านเป็นครูที่มาจากพระเจ้า เพราะไม่มีใครทำหมายสำคัญที่ท่านทำนั้นได้ นอกจากพระเจ้าสถิตกับเขา' " (ยอห์น 3:2 ThaiTSV2002)

สิ่งที่นิโคเดมัสได้กล่าวชมพระเยซูคริสต์ ซึ่งเป็นการแสดงว่าการที่เขาดูพระเยซูคริสต์นั้น มิได้มองเหมือนที่ฟาริสีคนอื่นมอง ฟาริสีคนอื่นอาจมองว่าพระเยซูคริสต์ทรงเป็นเพียงครูทั่ว ๆ ไป  แต่นิโคเดมัสได้มองว่า พระเยซูคริสต์ทรงเป็นครูที่มาจากพระเจ้า

ถ้าเราพิจารณาถึงชีวิตและคำสอนของพระเยซูคริสต์แล้ว เราจะทราบว่าพระองค์มิได้เป็นเพียงครูธรรมดา

1. พระเยซูเป็นคนเดียวในโลก ที่กล้ากล่าวว่าเป็นบุตรของพระเจ้า

2. พระเยซูเป็นคนเดียวในโลก ที่กล้ากล่าวว่าสามารถยกโทษความผิดบาปได้

3. พระเยซูทรงกระทำพระราชกิจในโลกเพียง 3 ปีครึ่ง แต่มีอิทธิพลจนถึงทุกวันนี้ มีอิทธิพลต่อโลกนี้มากที่สุด

4. พระเยซูทรงมีคนที่รักพระองค์มากที่สุดในโลก

5. พระเยซูทรงมีคนที่ยอมตายเพื่อพระองค์มากที่สุดในโลก

 

"พระเยซูตรัสตอบเขาว่า 'เราบอกความจริงกับท่านว่า ถ้าคนใดไม่ได้เกิดใหม่(แปลได้อีกว่า เกิดจากเบื้องบน) คนนั้นไม่สามารถเห็นแผ่นดินของพระเจ้า' " (ยอห์น 3:3 ThaiTSV2002)

พระเยซูคริสต์ทรงตอบนิโคเดมัสเป็นสิ่งสำคัญ โดยพระองค์ทรงเริ่มประโยคว่า "เราบอกความจริงกับท่านว่า" นี่แหละ จึงแสดงว่าสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญ เรื่องการบังเกิดใหม่

นิโคเดมัสจึงได้สงสัยต่อไปว่า "จะบังเกิดใหม่ได้อย่างไร ?

 

"5 พระเยซูตรัสว่า 'เราบอกความจริงกับท่านว่า ถ้าใครไม่ได้เกิดจากน้ำและพระวิญญาณ คนนั้นจะเข้าในแผ่นดินของพระเจ้าไม่ได้
6 ที่เกิดจากเนื้อหนังก็เป็นเนื้อหนัง และที่เกิดจากพระวิญญาณก็เป็นวิญญาณ
7 อย่าประหลาดใจที่เราบอกท่านว่า พวกท่านต้องเกิดใหม่
8 ลม(แปลได้อีกว่า พระวิญญาณ) จะพัดไปที่ไหนก็พัดไปที่นั่น และท่านได้ยินเสียงลมนั้นแต่ไม่รู้ว่าลมมาจากไหนและไปที่ไหน คนที่เกิดจากพระวิญญาณ(ภาษากรีกเป็นคำเดียวกับลมใน ข้อ 8) ก็เป็นอย่างนั้นทุกคน' " (ยอห์น 3:5-8 ThaiTSV2002)

คำว่า "น้ำ" นี้ มีผู้ที่วิเคราะห์แล้ว พบว่ามีความหมาย 3 ประการ ได้แก่

1. น้ำคร่ำของผู้หญิง

"นี่แหละคือผู้ที่ได้มาด้วยน้ำและพระโลหิต คือพระเยซูคริสต์ ไม่ใช่ด้วยน้ำเพียงอย่างเดียว แต่ด้วยน้ำและพระโลหิต และพระวิญญาณทรงเป็นพยาน เพราะพระวิญญาณทรงเป็นความจริง" (1ยอห์น 5:6 ThaiTSV2002)

2. พระโลหิตของพระเยซูคริสต์

"เพื่อจะทำให้คริสตจักรบริสุทธิ์โดยการชำระด้วยน้ำและพระวจนะ" (เอเฟซัส 5:26 ThaiTSV2002)

3. สิ่งที่ยอห์นผู้ให้บัพติสมากล่าว นั่นคือ การกลับใจใหม่

"ข้าพเจ้าให้ท่านรับบัพติศมาด้วยน้ำ แสดงว่ากลับใจใหม่ก็จริง แต่พระองค์ผู้จะมาภายหลังข้าพเจ้า ทรงยิ่งใหญ่กว่าข้าพเจ้า ซึ่งข้าพเจ้าไม่คู่ควรแม้แต่จะถือฉลองพระบาท(คำราชาศัพท์หมายถึง รองเท้า) ของพระองค์ พระองค์จะทรงให้พวกท่านรับบัพติศมาด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์และด้วยไฟ" (มัทธิว 3:11 ThaiTSV2002)

ถ้าไม่ได้อยู่ฝ่ายวิญญาณ ก็เป็นฝ่ายเนื้อหนัง ซึ่งเข้าในแผ่นดินของพระเจ้าไม่ได้

"ลม" คือ การทำงานของพระวิญญาณบริสุทธิ์ เพราะการบังเกิดใหม่ หรือ บังเกิดจากเบื้องบน นั้น เป็นการงานของพระวิญญาณบริสุทธิ์ นั่นคือ มิได้อาศัยวิธีการหรือการกระทำของมนุษย์ แต่เป็นการกระทำของพระเจ้าเท่านั้น จึงเป็นเหตุให้นิโคเดมัสถามว่า "จะเป็นเช่นนั้นได้อย่างไร"  ซึ่งหมายความว่า เขาไม่เข้าใจว่าจะรอดโดยไม่ใช่การกระทำได้อย่างไร เพราะเขาได้ถือบัญญัติมาตลอด

พระเจ้าทรงไถ่อิสราเอลออกจากอียิปต์ มายังแผ่นดินคานาอัน ซึ่งอิสราเอลทำผิดธรรมบัญญัติมากมาย ถ้าตามธรรมบัญญัติแล้ว อิสราเอลน่าจะโดนทำลายจนสิ้นชาติไปหมดแล้ว ดังนั้น ถ้ามนุษย์จะรอดด้วยการรักษาบัญญัติ ก็คงจะไม่มีอิสราเอลจนเวลานั้น แต่ที่อิสราเอลยังอยู่ได้ ก็โดยพระคุณของพระเจ้าเท่านั้น

 

"13 'ไม่มีใครเคยขึ้นไปสวรรค์นอกจากผู้ที่ลงมาจากสวรรค์ คือบุตรมนุษย์
14 โมเสสยกงูขึ้นในถิ่นทุรกันดารอย่างไร บุตรมนุษย์จะต้องถูกยกขึ้นอย่างนั้น
15 เพื่อทุกคนที่วางใจพระองค์จะได้ชีวิตนิรันดร์
16 พระเจ้าทรงรักโลกดังนี้ คือได้ประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ เพื่อทุกคนที่วางใจในพระบุตรนั้นจะไม่พินาศ แต่มีชีวิตนิรันดร์' " (ยอห์น 3:1-16 ThaiTSV2002)

หลักการของการเป็นอาจารย์ที่ดี คือ ต้องคิดให้ลึก และถ่ายทอดให้ง่าย ๆ อธิบายให้เข้าใจได้ง่าย ๆ

พระเยซูทรงกล่าวหลายอย่าง แล้วนิโคเดมัสไม่เข้าใจ พระองค์จึงทรงสรุปให้เข้าใจว่า มนุษย๋ไม่สามารถที่จะช่วยตัวเองให้พ้นจากบาปได้

มีนายพรานคนหนึ่ง สร้างหลุมดักสัตว์ไว้ลึก แล้วเอาหญ้าคลุม พร้อมกับเขียนป้ายว่า "ห้ามเหยียบ" จนมีคน ๆ หนึ่งเดินผ่านมา เห็นป้ายดังนั้น เขาก็คิดว่า "ใครจะมาห้ามข้าไม่ให้เหยียบได้" เขาจึงท้าทาย โดยการจะกระโดดกระทืบให้ดู ซึ่งทำให้เขาตกไปอยู่ในหลุม และติดอยู่ ขึ้นไม่ได้

เมื่อมีคนผ่านมา เขาจึงตะโกนร้องเรียกขอความช่วยเหลือ เมื่อคนที่ผ่านมานั้นเห็น ก็บอกว่า "ลงไปอยู่ในนั้นได้อย่างไร อ่านภาษาไทยไม่รู้เรื่องหรือว่ามีป้ายห้ามเหยียบ เหยียบเองก็ช่วยตัวเองแล้วกัน"

คนที่ 2 ผ่านมา ก็บอกว่า "อยากขึ้นมาไหมล่ะ เดี๋ยวจะสอนวิธีให้" คนนั้นจึงสอนวิธี แต่คนที่ตกหลุมนั้นก็ยังไม่สามารถขึ้นมาได้ คนที่ผ่านมาคนนี้จึงบอกว่า "ช่วยไม่ได้ แสดงว่าต้องบาปหนาแน่ ๆ"

คนสุดท้ายเดินผ่านมา พอเห็น คนที่ตกหลุมนั้นก็ไม่ได้ร้องให้ช่วยแล้ว เพราะว่าโดนซ้ำเติมมามาก แต่คนที่ผ่านมาคนนั้นก็ได้เสนอที่จะให้ความช่วยเหลือ แม้ว่าคนที่ตกหลุมนั้นจะไม่ได้ขอความช่วยเหลือ เขาได้หย่อนเชือกลงไป และชายที่ตกหลุมก็ขึ้นมาได้

เช่นเดียวกัน ความรอดต้องมาจากเบื้องบน ซึ่งก็คือมาจากพระเจ้าเท่านั้น มิได้มาจากมนุษย์

อิสราเอล เมื่อออกจากอียิปต์ บ่นเสมอว่า "What" และ "Why" พอไปนาน ๆ บ่อย ๆ เข้า ก็เลยได้ "What Why" หรือ วอดวายจริง ๆ

งูแมวเซา เป็นงูตัวเล็ก ๆ แต่พิษแรง แต่พอโดนกัดแล้วจะไม่ตายพอดี แต่พิษจะค่อย ๆ ออกฤทธิ์จนผู้โดนกัดนั้นตาย  เช่นกัน ภาพของคนที่ถูกแมวกัดนั้น ก็คือมนุษย์ ผู้ซึ่งเป็นคนบาป และพิษของความบาปก็ค่อย ๆ ออกฤทธิ์ จะไม่ตายทันที มนุษย์อาจรู้สึกว่าไม่ตายทันที แต่เขาก็กำลังถูกบาปครอบงำมากขึ้น ๆ จนต้องตายในที่สุด

ในถิ่นทุรกันดานนั้น โมเสสได้ร้องขอความช่วยเหลือจากพระเจ้าให้กับชาวอิสราเอล แม้ว่าพวกชาวอิสราเอลนั้นทำผิดต่อพระเจ้ามากมาย รวมถึงทำผิดต่อโมเสสด้วย แต่โมเสสก็ยังร้องขอเพื่อพวกเขา พระเจ้าจึงทรงให้ความช่วยเหลือโดยการให้โมเสสสร้างงูขึ้นมา เพียงแค่ชาวอิสราเอลมองดูที่งูที่ถูกสร้างขึ้นมานั้น ก็จะรอดชีวิต  แล้วชาวอิสราเอลก็หันกลับมาเชื่อฟังพระเจ้า วินาทีที่ชาวอิสราเอลหันมาเชื่อพระเจ้านั้นเอง คือการกลับใจใหม่  ซึ่งเป็นการกลับหันมาเดินตามทางของพระเจ้า เขาก็รอดชีวิตทันที หายเป็นปกติ

เช่นเดียวกัน เราเป็นคนบาป ทำให้พระเยซูทรงเจ็บมากมาย กำลังเดินหน้าไปสู่ความตาย แต่พระองค์ก็ยังทรงรัก เพียงแค่เรากลับใจใหม่ เชื่อในพระเยซู วางใจในพระบุตรของพระเจ้า หันกลับ มองดูที่พระเยซูคริสต์ เราก็จะรอด และเสี้ยววินาทีนั้นเองที่วางใจในพระเยซูคริสต์ มองดูที่พระเยซูคริสต์ เราก็ได้รับความรอด

"1 ท่านทั้งหลายตายโดยการละเมิดและการบาปของท่าน
2
เมื่อก่อนพวกท่านเคยดำเนินชีวิตในการบาปนั้นตามวิถีของโลกนี้ ตามผู้ครอบครองที่มีอำนาจในฟ้าอากาศ คือวิญญาณที่ทำกิจอยู่ในพวกคนที่ไม่เชื่อฟังในเวลานี้
3
เมื่อก่อนเราทุกคนเคยประพฤติเหมือนพวกเขาตามตัณหาของเนื้อหนัง คือทำตามความต้องการของเนื้อหนังและของความคิด โดยวิสัยแล้วเราจึงเป็นคนที่สมควรได้รับการลงโทษเหมือนอย่างคนอื่นๆ
4
แต่พระเจ้าทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตา พระองค์ทรงรักเราโดยความรักอันใหญ่หลวงของพระองค์
5
ถึงแม้ว่าเราเป็นคนตายเนื่องจากการละเมิด พระองค์ยังทรงทำให้มีชีวิตอยู่ร่วมกับพระคริสต์ (พวกท่านได้รับความรอดแล้วด้วยพระคุณ)" (เอเฟซัส 2:1-5 ThaiTSV2002)

พระวิญญาณบริสุทธิ์ ทรงทำให้สิ่งที่พระเยซูทรงกระทำสำเร็จที่ไม้กางเขนนั้น สำเร็จในชีวิตของผู้เชื่อ

 

สรุปบทเรียนที่เราได้จากพระคัมภีร์ตอนนี้ ได้แก่

  • ความรอดมาจากพระเจ้าเท่านั้น มิใช่วิธีของมนุษย์
  • วิธีทางรอดต้องมาจากพระเจ้า
  • เป็นทางเดียวเท่านั้น ไม่มีทางอื่น
  • โอกาสรอดยังมี ตราบที่พิษของบาปยังไม่เข้าสู่หัวใจ นั่นคือ ตราบที่ยังมีลมหายใจอยู่ ก็ยังไม่สายเกินไปที่จะกลับใจ

 

อ. นิกร สิทธิจริยาภรณ์

สรุปคำเทศนาโบสถ์จีน คริสตจักรสะพานเหลือง

เมื่อวันที่ 31/08/2008

เรื่อง ความหมายที่แท้จริงของการกลับใจและบังเกิดใหม่

สรุปโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์

 

  • ถ้าท่านอ่านแล้ว มีความปรารถนาที่จะเปิดใจออก อธิษฐานทูลเชิญพระเยซูคริสต์เสด็จเข้ามาในชีวิตของท่าน และเป็นพระเจ้าของท่าน  กรุณาไปที่หน้า คำอธิษฐาน

  • ถ้าคุณอ่านแล้วสนใจ กรุณาติดต่อคริสตจักรใกล้บ้านท่านได้เลยครับ หรือถ้าหากต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม ก็ติดต่อโดยตรงได้ที่อีเมลของผมเลยครับ ton@followhissteps.com

FollowHisSteps.com

ได้รับการสนับสนุน Web Hosting จาก SPAComputer.com, ThaWang.com