เคล็ดลับการหายจากโรคบาป

FollowHisSteps.com
 

ธรรมชาติที่อยู่รอบตัวเรา เป็นสิ่งที่ยืนยันว่ามีพระเจ้า ซึ่งมนุษย์เองยังไม่สามารถที่จะเข้าใจทุกสิ่งทุกอย่างได้อย่างถ่องแท้ อาจมีเพียงแค่สันนิษฐาน แต่ขอบคุณพระเจ้า ที่ในวันสุดท้าย เมื่อพระเยซูคริสต์ทรงเสด็จกลับมา พระเจ้าจะทรงเปิดเผยถึงความล้ำลึกทุกสิ่งให้แก่เรา ในวันนั้น สภาพใหม่ของเราจะดีกว่านี้อย่างแน่นอน เราจะไม่ต้องมีร่างกายเช่นนี้ เราจะมีกายวิญญาณ ความคิดจิตใจของเราจะถูกเปลี่ยนไปหมด

ขอที่เราจะไม่กังวลใจในการประกาศกับผู้ที่ไม่เชื่อ ซึ่งถ้าเรากังวลใจมาก เราจะล้ำเส้นพระเจ้าในการรับใช้พระองค์ เราอาจพูดกับเขามาเป็นสิบปีแล้ว ดูเหมือนว่าเขาจะไม่มีท่าทีที่ตอบสนองต่อเรื่องราวของพระเจ้าเลย แต่อยากหนุนใจพี่น้องว่าอย่าท้อแท้ เพราะการกลับใจนั้น เกิดได้จากการงานของพระวิญญาณบริสุทธิ์

มารดาของข้าพเจ้า รับเชื่อเมื่ออายุ 80 ปี และท่านได้เป็นพยานว่า ท่านเคยมาโบสถ์เมื่ออายุ 19 ปี โดยได้รับการเชิญชวนจากอาจารย์ท่านหนึ่งซึ่งเสียชีวิตไปแล้ว 30 ปี ขอบคุณพระเจ้า พระวจนะคำของพระองค์ ถ้อยคำของพระองค์ยังฝังอยู่ในจิตใจของมารดาของข้าพเจ้า และเกิดผลในที่สุด แม้จะเป็นเวลานาน แต่ก็ไม่ได้หายไปไหน

ขอที่เราอย่าจำกัดพระเจ้า ว่าใครจะเชื่อหรือไม่เชื่อ งานของเราคือให้เรานำถ้อยคำของพระองค์ไปถึงหูของคนที่ยังไม่รู้จักพระเจ้า และผู้ที่พระเจ้าทรงเลือกไว้แล้วก็จะรับเชื่อในที่สุด

เคล็ดลับอย่างหนึ่งที่จะทำให้เราได้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของพระเจ้า คือ ให้เราดูสิ่งที่พระเจ้าทรงสร้าง

บ้าน เป็นสิ่งที่ดูเหมือนว่ามนุษย์เป็นผู้ที่สร้างขึ้นมา แต่แท้จริงแล้วไม่ใช่มนุษย์สร้างเอง เป็นเพียงแค่การนำเอาวัสดุต่าง ๆ ที่พระเจ้าทรงสร้างไว้แล้วมาประยุกต์ใช้เท่านั้นเอง

ถ้าเราจะสร้างเก้าอี้สักตัว เราจะต้องมีสถานที่ที่กว้างกว่าเก้าอี้ เพื่อที่จะสร้างเก้าอี้นั้นได้ เราคงจะไม่สามารถสร้างเก้าอี้ที่มีขนาดใหญ่กว่าบ้านของเราได้ เช่นกัน ผู้ที่สร้างโลก จะต้องอยู่ในที่ที่กว้างกว่าโลก จะต้องยืนอยู่ในที่ที่ใหญ่กว่าโลก ผู้สร้างจะต้องยิ่งใหญ่

"พระเจ้าทรงสร้างสิ่งทั้งปวงขึ้นมาโดยพระวาทะ ในบรรดาสิ่งที่เป็นมานั้น ไม่มีสักสิ่งเดียวที่ได้เป็นมานอกเหนือพระวาทะ" (ยอห์น 1:3)

นี่เป็นความยิ่งใหญ่ของพระเจ้า ที่เมื่อพระองค์ตรัสสิ่งใด สิ่งนั้นก็เกิดขึ้น

ถ้าเราจะดูหนังให้สนุก เราจะต้องไม่รู้ว่าตอนจบเป็นอย่างไร เพื่อที่เราจะได้ลุ้นทั้งเรื่อง แต่แปลกมากว่า พระเจ้าผู้ทรงยิ่งใหญ่ เป็นผู้เดียวที่สามารถให้ความตื่นเต้นแก่เราตลอดเวลา แม้ว่าพระองค์จะทรงบอกตอนจบให้แก่เราเรียบร้อยแล้ว

ดาเนียลได้กล่าวไว้แล้วถึงวันสิ้นโลก และพระธรรมวิวรณ์ก็ได้บอกแก่เราอย่างชัดเจน แต่ทุกวันนี้เราก็ยังคงตื่นเต้นกับพระองค์ได้ตลอดเวลา เพราะพระเจ้าของเรานั้นเร้าใจอยู่เสมอ

อาจารย์ท่านหนึ่งได้แสดงให้เห็นภาพหนึ่ง เมื่อตอนเราเด็ก ๆ เราอาจมีประสบการณ์ที่คุณพ่อหรือคุณแม่เราขี่มอเตอร์ไซด์ แล้วเรานั่งอยู่ข้างหน้า เรารู้สึกเหมือนว่าเราได้ขี่มอเตอร์ไซด์ และบังคับพวงมาลัยไปด้วย แต่แท้จริงแล้วเป็นคุณพ่อหรือคุณแม่ที่เป็นผู้ที่บังคับพวงมาลัยนั้นเอง แต่เราก็ยังคงตื่นเต้นเมื่อเจอกับหลุม นี่แหละ พระเจ้าทรงต้องการให้เราเป็นเช่นนี้

ความบาป ทำให้เราไม่เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของพระเจ้า มันจะปกคลุมความคิดของเรา มารชอบเพิ่มเหตุผลจอมปลอมต่าง ๆ มากมาย ให้เราระแวงพระเจ้า ดังเช่นที่อาดัมและเอวา ได้เห็นกับตา ได้สัมผัสกับพระเจ้า แต่เมื่อเขาได้รับความบาปเข้าในชีวิต เขาก็กลับระแวงในพระเจ้า ผู้ที่เขารักและแสนดีกับเขา จนพระเจ้าได้ทรงร้องเรียกหาเขา แม้ว่าพระองค์จะรู้ว่าเขาอยู่ไหน พระองค์ทรงทราบว่าเขาทั้งสองได้ทำบาปแล้ว

ธรรมชาติเดิมที่พระเจ้าทรงสร้างมนุษย์ คือ พระเจ้าสร้างไว้ดีนักหนา ไม่มีสิ่งใดที่ชั่วร้าย แต่ตั้งแต่ที่อาดัมและเอวาได้ทำบาป เขาก็ได้ธรรมชาติใหม่ และได้สืบทอดธรรมชาตินี้สืบทอดมายังเรา ขอบคุณพระเจ้า นี่เป็นพระคุณของพระเจ้า เพราะบาปทำให้พระคุณของพระเจ้าปรากฎ ยิ่งมีบาปมากเพียงไร พระคุณของพระเจ้าปรากฎชัด แต่อาจารย์เปาโลก็ได้กล่าวย้ำว่า อย่าให้เป็นเช่นนั้นเลย อย่าให้เราทำบาปเพื่อให้พระคุณปรากฎ

"1 ถ้าเช่นนั้นแล้ว เราจะว่าอย่างไร ควรเราจะอยู่ในบาปต่อไป เพื่อให้พระคุณมีมากยิ่งขึ้นหรือ
2 อย่าให้เป็นอย่างนั้นเลย พวกเราที่ตายต่อบาปแล้ว จะมีชีวิตในบาปต่อไปอย่างไรได้" (โรม 6:1-2)

ไม่มีบาปไหนใหญ่กว่าพระโลหิตของพระเยซูคริสต์ พระเจ้าทรงพร้อมจะยกโทษให้กับเราเสมอ

ถ้าเราไม่สบาย ไปหาหมอ หมอก็จะตรวจเบื้องต้น ให้การวินิจฉัย ให้คำแนะนำ เพื่อที่จะไม่กลับเป็นซ้ำอีก แล้วจึงสั่งยาเพื่อรักษา แต่เป็นเรื่องน่าแปลกว่า คนไข้ส่วนใหญ่ต้องการให้หมอรักษาโรคที่ปรากฎเท่านั้น เช่น ปวดหัว ก็ต้องการแค่ยาที่จะรักษาอาการเท่านั้น แต่ก็กลับไปเหมือนเดิมกระทำตัวเช่นเดิม ไม่ระมัดระวังตัว หลาย ๆ คนก็ต้องจบชีวิตอย่างน่าเสียดายเพราะโรคร้ายจากการไม่ระมัดระวังตัว

พระเจ้าทรงเมตตา เยี่ยมเยียนในชีวิตเราเสมอ ทรงเตือน ทรงสอน ทรงตี เพื่อให้เราหายจากโรคบาปฝ่ายวิญญาณ แต่หลายครั้งที่เรายอมให้พระองค์ทรงรักษาแค่สิ่งที่พระเจ้าทรงปรากฎเท่านั้น เรามักจะท่องพระคัมภีร์ข้อนี้ได้

"ถ้าเราสารภาพบาปของเรา พระองค์ทรงสัตย์ซื่อ และเที่ยงธรรม ก็จะทรงโปรดยกบาปของเรา และจะทรงชำระเราให้พ้นจากการอธรรมทั้งสิ้น" (1ยอห์น 1:9)

พระคัมภีร์ข้อนี้ เรามักจะนึกถึงเมื่อเราทำบาป แต่พระเจ้าทรงต้องการที่จะให้เราหายจากโรคบาปแบบเด็ดขาด

ชีวิตฝ่ายร่างกายต้องเปลี่ยนยาไปเรื่อย ๆ ตามการตอบสนองต่อยา ถ้าเราทำบาป แล้วเราคิดว่าทำบาป แล้วค่อยสารภาพ นี่แหละจะทำให้เราดื้อต่อบาป ในที่สุดเราก็จะคุ้นเคย และไม่รู้สึกว่าผิด แม้ว่าความจริงแล้วเป็นสิ่งที่ผิดต่อพระเจ้า แต่เราก็จะมีเหตุผลจอมปลอมเสมอ ไม่รู้สึกว่าเป็นความบาปอีกต่อไป

คริสเตียนบางครั้งต้องยอมผิดกฎหมายโลก เพื่อที่จะไม่ผิดต่อพระเจ้า ดังตัวอย่างเช่น การซื้อหวย ซึ่งเป็นสิ่งที่ถูกกฎหมาย แต่ผิดต่อพระเจ้า การประกาศข่าวประเสริฐในบางประเทศเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย แต่เป็นสิ่งที่ถูกต้องในสายพระเนตรของพระเจ้า

สำหรับตัวข้าพเจ้าเอง ข้าพเจ้าไม่ต้องการให้พระเจ้าต้องลงไม้ลงมือลงโทษ แต่รีบกลับใจดีกว่า เพื่อที่จะไม่ต้องเจ็บตัว อ้อนวอนต่อพระเจ้า ก่อนที่พระพิโรธพระเจ้าจะมีมาถึงเรา

ถ้าเราไม่อยากได้รับการรักษาแต่เพียงอาการ แต่ต้องการรักษาจากสาเหตุ เราจะต้องรับการรักษา เราจะต้องยอมให้พระเจ้าของเราทรงเปลี่ยนแปลงชีวิตของเรา

ขอที่เราอย่าเป็นเหมือนคริสเตียนหลายคน ที่แค่เชื่อเฉย ๆ ที่ไม่ได้รับประโยชน์จากความเชื่อเลย หรือเชื่อพระเจ้าแล้วหันหลังกลับ

"1 ดูก่อน พี่น้องทั้งหลาย ข้าพเจ้าขอให้ท่านคำนึงถึงข่าวประเสริฐ ที่ข้าพเจ้าเคยประกาศแก่ท่านทั้งหลาย ซึ่งท่านได้ยอมรับไว้ อันเป็นฐานซึ่งท่านทั้งหลายตั้งมั่นอยู่
2 และซึ่งจะทำให้ท่านรอด ถ้าท่านยังยึดตามหลักคำสอนที่ข้าพเจ้าได้ประกาศนั้น เว้นเสียแต่ท่านได้เชื่อเฉยๆ" (1โครินธ์ 15:1-2)

ชีวิตแทนชีวิต เลือดต้องล้างด้วยเลือด ขอบคุณพระเจ้า เรามีพระผู้ช่วยให้รอด ผู้ที่ทรงรู้จักเรา รู้โครงสร้างของเรา รู้ว่าเราช่วยตัวเอง เอาตัวรอดไม่ได้

ถ้าหากแพทย์ได้สั่งยาดี ๆ ให้แก่เรา แต่เราไม่ทำตาม ไม่นำยาที่ได้รับมากิน เราก็ไม่ได้รับประโยชน์ นั่นก็เปรียบเหมือนการเชื่อเฉย ๆ คือเชื่อแบบไม่คิด

การจะมาระยอง เราจะต้องมาทางสุขุมวิท แต่ถ้าเราหันผิดทาง คือ วิ่งไปทางสุขุมวิทขาเข้า เราก็คงจะมาไม่ถึงระยอง หรือถ้าเราออกนอกทาง เราก็คงจะชนกับต้นไม้ข้างทาง

การเดินทางไปดวงจันทร์เช่นกัน หากว่าคำนวณผิดไปเพียงองศาเดียว ก็จะไปผิดที่ทันที จะต้องแม่นยำมาก จึงจะถึงดวงจันทร์ได้

เช่นเดียวกัน สวรรค์ เป็นสถานที่ที่เรามองไม่เห็น ถ้าเรามาถูกทาง แต่ไม่ถูกทิศ ไม่แม่นยำ เราก็จะไปไม่ถึงอย่างแน่นอน

ความเชื่อ แปลได้อีกอย่างว่า สัตย์ซื่อ ใช่แล้ว พระเจ้าทรงประสงค์ให้เราสัตย์ซื่อ เราเชื่อพระเจ้าผู้ทรงสัตย์ซื่อ แม้บางครั้งเราไม่สัตย์ซื่อ แต่เราเชื่อในพระเจ้าผู้ทรงสัตย์ซื่อ

"3 ถึงมีบางคนไม่สัตย์ซื่อ ความไม่สัตย์ซื่อของเขานั้น จะทำให้ความสัตย์ธรรมของพระเจ้าไร้ประโยชน์หรือ
4 หามิได้เลย ถึงแม้ทุกคนจะอสัตย์ ก็ขอให้พระเจ้าทรงสัจจะเถิด ตามที่พระคัมภีร์เขียนไว้ว่า เพื่อพระองค์จะได้ปรากฏว่า ทรงเป็นผู้สัตย์ธรรมในพระดำรัสทั้งหลายของพระองค์ และทรงมีชัยเมื่อเขาวินิจฉัยพระองค์" (โรม 3:3-4)

พระเจ้าทรงรักษาพระสัญญาของพระองค์เสมอ พระองค์จะไม่สัตย์ซื่อไม่ได้ เพราะพระองค์ทรงเป็นพระเจ้าผู้ทรงสัตย์ซื่อ

การหายขาดจากโรคบาป เราจะต้องรักษาที่ต้นเหตุ ถ้าต้องการหายโรคฝ่ายวิญญาณ เราจะต้องมาหาพระเจ้า เราสามารถพบพระเจ้าได้ไม่ยาก พระวาทะเป็นพระเจ้า เราสามารถพบพระองค์ได้ในพระคัมภีร์ ซึ่งเป็นพระคำของพระเจ้า

ถ้าเราอยากเป็นเหมือนพระเยซู เราก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะอ่านหนังสือของพระเยซู ถ้าเราให้เวลากับสิ่งใดมาก เราจะเป็นเหมือนสิ่งนั้นมาก ถ้าเราให้เวลากับพระเจ้ามาก ให้เวลากับพระคัมภีร์มาก เราก็จะได้รับการล้างสมอง ล้างความคิด ล้างจิตใจ

ถ้าเอาตะกร้าตักน้ำ คงจะไม่ค่อยได้น้ำไว้ใช้ แต่ถ้าตะกร้าจุ่มน้ำทุกวัน ตะกร้านั้นก็จะสะอาด ชีวิตของเราเช่นกัน มีรอยรั่วเยอะ แต่ถ้าเราจุ่มทุกวัน อ่านพระคัมภีร์ทุก ๆ วัน แม้ว่าเราจะรู้สึกเหมือนว่าไม่เข้าใจ ไม่รู้เรื่อง จำไม่ได้ แต่ว่าชีวิตของเราก็จะได้รับการล้างให้สะอาด

พระเจ้าทรงประสงค์ที่จะให้เราอ่านจดหมายให้จบ เพื่อจะรู้ว่าผู้เขียนนั้นรักเรามากเพียงไร แม้ว่าเราจะไม่รู้เรื่อง แต่ถ้าเราขอพระเจ้าให้เราอ่านจนจบ แล้วเมื่อพระองค์ทรงให้เราอ่านจบ พระเจ้าจะทรงเพิ่มเติมความเข้าใจให้แก่เรา จนบางครั้งเราอยากจะลืมสิ่งนั้น แต่เมื่อพระเจ้าทรงประทานความเข้าใจแก่เรา เราจะพยายามลืมก็ไม่ลืม เช่น เรื่องการถวายทรัพย์ หลาย ๆ คนอาจจะอยากลืม ไม่อยากเข้าใจ แต่นี่เป็นพระประสงค์ของพระเจ้า เพื่อที่เราจะได้รับพรผ่านทางการถวาย

ถ้าเราอยากหายจากโรคบาปอย่างเด็ดขาด มีเคล็ดลับดังนี้

 

1. ระวังที่จะไม่ถูกโลกล้างสมอง (ดาเนียล 1:4-20)

เราจะทำอย่างไรให้คนรู้ว่าเป็นคริสเตียน สิ่งที่ง่ายที่สุด คือ ทุกวันอาทิตย์ไปนมัสการพระเจ้า นี่เป็นเอกลักษณ์ของคริสเตียน ที่ทุกวันอาทิตย์ทุกคนจะสามารถพบเจอเราได้เสมอที่คริสตจักร

คริสเตียนเราไม่มี uniform เพราะเราแต่งตัวปกติ แต่คริสเตียนดูง่ายมาก โดยดูที่การนมัสการวันอาทิตย์นี่เอง

เราจะต้องระวังที่จะไม่ถูกโลกล้างสมอง ดาเนียลและเพื่อน ๆ ของเขาไม่ยอมให้กระแสนิยมของชาวโลก ดึงเอาความเป็นยิวแท้ออกจากชีวิตของเขา

เราอาจจะเห็นถึงความสำเร็จ ถึงสิ่งที่เราจะได้รับ หากเราทำบางสิ่งในวันอาทิตย์ จนไม่ได้นมัสการพระเจ้าวันอาทิตย์ นี่แสดงว่าเราไม่เห็นถึงสิ่งยิ่งใหญ่ที่เราจะได้รับ สิ่งที่พระเจ้าทรงจัดเตรียมแก่เรา

ความรู้ของคนเคลเดีย ส่วนใหญ่เป็นเรื่องความรู้เรื่องรูปเคารพ ว่าจะทำสิ่งไดได้ดีจะต้องไหว้พระใด พวกเขาพยายามล้างสมอง แต่ขอบคุณพระเจ้า ที่ดาเนียลและเพื่อน ๆ นั้นไม่ยอมให้พวกนั้นล้างสมอง

ชีวิตคริสเตียนเราจะต้องเป็นปลาที่มีชีวิต ที่จะทวนกระแสของโลกปัจจุบันนี้ได้

 

2. ระวังที่จะถูกกระแสสังคมทำให้เราเป็นคนหัวสูง จนลืมที่จะถ่อมใจ (ดาเนียล 1:5)

กษัตริย์พยายามหว่านล้อมดาเนียลด้วยสิ่งดี ๆ เป็นเวลา 3 ปี แต่ดาเนียลและเพื่อนก็ไม่ยอมที่จะปล่อยตัวตามสิ่งนั้น

อาหารต่าง ๆ ของพวกชาวเคลเดีย มักจะผ่านการกราบไหว้รูปเคารพ เพราะพวกเขาเชื่อว่าเมื่อผ่านพิธีกรรมต่าง ๆ จะมีฤทธิ์

ขอบคุณพระเจ้าที่ดาเนียลและเพื่อนของเขาไม่ยอมที่จะถูกกระแสของโลกกลืนไป แม้เขามีโอกาสที่จะได้รับความก้าวหน้าอย่างมากหากเขากระทำตาม แต่ในจิตใจของเขา เขานึกถึงชนชาติของเขาที่ยังลำบากอยู่เสมอ

ถ้าเราคิดถึงเพื่อน ๆ ของเราที่ยังไม่รู้จักพระเจ้า รู้สึกเป็นห่วงเขา เราก็จะมีท่าทีเหมือนดาเนียล

ความบาปเยอะแยะในชีวิตของเรา เราไม่เคยรู้สึกว่ามันน่ารังเกียจเลย แต่ความบาปของคนอื่น เรารู้สึกรังเกียจ นี่คือลักษณะของการไม่ถ่อมใจ

 

3. มีความตั้งใจที่จะเชื่อฟังพระเจ้า (ดาเนียล 1:8)

ทุกอย่างที่เราทำ เราต้องตั้งใจ

พี่น้องท่านหนึ่งที่ล้มเหลวทางด้านความประพฤติ มาขอคำปรึกษากับข้าพเจ้า ข้าพเจ้าขอพระเจ้าที่จะนำข้าพเจ้าในการให้คำปรึกษา ข้าพเจ้าถามเขาว่า สิ่งที่เขามี ที่เขาร่ำรวยนี่ มันเกินสิ่งที่เขาฝันในอดีตมากหรือไม่ เขาก็ได้บอกข้าพเจ้าว่า ในอดีตนั้นเขาอยากรวยมาก แต่สิ่งที่เขามีก็เกินจากสิ่งที่เขาฝันอีก

ทางของพระเจ้าก็เช่นกัน เราเคยอยากที่จะเป็นเหมือนพระเยซูคริสต์ เราอาจรู้สึกว่าเป็นไปไม่ได้ แต่ขอที่เราจะอยากเท่านั้น แล้วเราจะได้รับการเปลี่ยนแปลง เพราะเป้าหมาย กำหนดหนทางของเรา ถ้าเป้าหมายของเราอยากเป็นเหมือนพระเยซูคริสต์ เราก็จะมีหนทางที่จะมุ่งไปสู่การเป็นเหมือนพระองค์มากขึ้น ตั้งใจที่จะเป็นเหมือนพระองค์ เราทำสำเร็จด้วยตัวเองไม่ได้อย่างแน่นอน แต่พระเจ้าจะทรงช่วยเรา

ความอยาก ความปรารถนา เป็นความหวัง เมื่อเราจะทำธุรกิจใด เราก็หวังว่าจะได้กำไร จะประสบความสำเร็จ แต่เมื่อเราจะเริ่มทำเราก็ยังไม่เห็นในสิ่งนั้น

กับพระเจ้าก็เช่นกัน เพียงแค่เราอยากเป็นเหมือนพระเยซูคริสต์ แม้ว่าเราดูชีวิตของพระองค์แล้วเราจะรู้สึกว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะสามารถทำเช่นพระองค์ได้ แต่นี่เป็นความหวังของเรา เป็นความปรารถนาของเรา สิ่งที่เราต้องทำ ก็คือ ให้เราเริ่มต้นเสียวันนี้

มีเสื้อตัวหนึง เขียนไว้ว่า "กินทีละคำ เดินทีละก้าว และทำทีละอย่าง"

ทางของพระเจ้า ขอที่เราจะเริ่มทำทีละอย่าง ให้เราเริ่มที่จะถวายโดยที่ไม่มีใครเห็น ถวายโดยไม่คิดเสียดาย พระเจ้าทรงเปลี่ยนแปลงจิตใจของเราได้อย่างแน่นอน

 

4. จงทดสอบสมรรถภาพฝ่ายวิญญาณเสมอ (ดาเนียล 1:12)

เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่จะถูกทดสอบ

พระคัมภีร์บอกว่า อย่าให้เราเข้าในการทดลอง แต่พระคัมภีร์ไม่เคยห้ามที่เราจะทดสอบความเชื่อของตัวเอง ทดสอบฝ่ายวิญญาณอยู่เสมอ สิ่งที่ง่ายที่สุด คือ การให้ ถ้าผู้ที่ให้ด้วยใจกว้างขวาง จะเกิดความชื่นชมยินดี

ถ้าใจของเรา ปรารถนาที่จะให้ผู้อื่น คนเช่นนี้จะไม่โกง ไม่คอรัปชั่น แต่ตรงข้าม ถ้าใจของเราไม่เคยคิดจะให้แก่ผู้อื่นเลย คิดแต่ว่าจะได้รับสิ่งใดจากผู้อื่น คนเช่นนี้ก็จะโกงในที่สุด

 

5. สำแดงชีวิตที่แตกต่างด้วยพระคุณของพระเจ้า (ดาเนียล 1:17, 19)

แน่นอนว่า ถ้าหากเราเป็นลูกของพระเจ้า แต่ทำตัวเหมือนคนที่ไม่ได้เป็นลูกของพระเจ้า เราก็จะโดนกลืนไปเลย จะไม่มีใครรู้เลยว่าเราเป็นลูกของพระเจ้า เพราะเราไม่มีลักษณะเหมือนพระเยซูคริสต์เลย

ถ้าภายในเราถูกเปลี่ยน ชีวิตของเราถูกเปลี่ยนโดยอัตโนมัติ

ความโกรธเป็นสิ่งที่ไม่ผิด แต่ว่าสิ่งที่เราจะกระทำ การตอบสนองของเราเมื่อเราโกรธต่างหาก ที่จะทำให้เราผิดหรือไม่ผิด

เมื่อเราโกรธ เราสามารถไม่พอใจได้ แต่สิ่งที่เราควรจะทำ คือ ทูลต่อพระเจ้า อธิษฐานต่อพระเจ้า เราไม่จำเป็นต้องฝืนที่จะไม่โกรธ แต่ให้เรารีบเข้าเฝ้าพระเจ้า

ความเชื่อเกิดจากการระลึกถึงพระคุณของพระเยซูคริสต์ที่มีต่อเรา พระองค์ไม่เคยปฏิเสธเมื่อเราสำนึกผิดและเข้าเฝ้าพระองค์ พระองค์ทรงพร้อมที่จะให้อภัยเสมอ แม้ว่าพระองค์จะทรงรู้ว่าเราอาจกลับไปทำอีก

ถ้าเรารู้สึกว่าเราสมบูรณ์แบบแล้ว เราก็จะไม่สามารถที่จะระลึกถึงพระคุณของพระเจ้าได้เลย

คริสเตียนจะต้องเริ่มต้นด้วยความเชื่อ แม้ว่าจะไม่รู้ว่าสิ่งต่าง ๆ จะลงเอยเช่นไร

เหมือนเรื่องราวของบุตรน้อยหลงหาย เขาเริ่มเชื่อ เริ่มกลับใจ เมื่อเขาต้องกินอาหารของหมู และระลึกถึงพระคุณที่คุณพ่อของเขามีต่อเขา ระลึกว่าแม้แต่ทาสในบ้านยังได้กินอาหารดีกว่าเขาเสียอีก ไม่ต้องกินอาหารหมูเลย เขาจึงได้ตัดสินใจที่จะกลับมาหาบิดาของเขา

และการกลับมาหาบิดาของเขานั้น เสี่ยงอย่างมาก เขาจะต้องมีความเชื่อ เพราะว่าเขาได้ทำผิดอย่างร้ายแรงต่อบิดาของเขา เขาได้ขอมรดกจากบิดาของเขา แม้ว่าบิดาของเขายังไม่ตาย เป็นเหมือนการแช่งบิดาของตนเอง ซึ่งตามธรรมบัญญัติแล้วเขามีโทษถังตาย แต่เขาก็เชื่อในบิดาของเขา

 

ขอที่เราจะรักษาท่าที 5 ประการนี้

หลายครั้ง เราไม่จำเป็นต้องล้ม แต่เราหาเรื่องเอง ชอบเดินขอบเหวแม้ว่าจะมีทางเดินที่ห่างจากเหว จนพลัดตกลงไป

หลายครั้ง เราได้ขึ้นโนอาห์แล้ว ซึ่งเป็นเรือแห่งความรอด แต่เราชอบนั่งที่กาบเรือ เผลือหลับ ตกลงจากเรือ ขออย่าที่เราจะเป็นเช่นนั้น

สุดท้าย อยากจะขอฝากว่าอย่าให้เรารักษาโรคบาปตามอาการเท่านั้น แต่ที่เราจะระมัดระวังก่อนที่จะทำผิด เพื่อที่เราจะไม่เปิดช่องว่างให้สามารถทำผิดได้

 

ผป. วีระศักดิ์ เสรีกิตติกุล

สรุปคำแบ่งปัน ทริปเซลล์เพื่อคุณ

เมื่อวันที่ 30/05/2009

เรื่อง เคล็ดลับการหายจากโรคบาป

สรุปโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์

 

หมายเหตุ: ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ

 

  • ถ้าท่านอ่านแล้ว มีความปรารถนาที่จะเปิดใจออก อธิษฐานทูลเชิญพระเยซูคริสต์เสด็จเข้ามาในชีวิตของท่าน และเป็นพระเจ้าของท่าน กรุณาไปที่หน้า คำอธิษฐาน

  • ถ้าคุณอ่านแล้วสนใจ กรุณาติดต่อคริสตจักรใกล้บ้านท่านได้เลยครับ หรือถ้าหากต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม ก็ติดต่อโดยตรงได้ที่อีเมลของผมเลยครับ ton@followhissteps.com

FollowHisSteps.com

ได้รับการสนับสนุน Web Hosting จาก SPAComputer.com, ThaWang.com