สันติสุข

FollowHisSteps.com
 

สันติสุข ภาษาฮีบรูใช้คำว่า ชาโลม

ภาษากรีกว่า เอเรเน เป็นภาษาอังกฤษที่ใช้ในพระคัมภีร์ใหม่ หรืออาจนึกถึงคำว่า ไอรีน ซึ่งมาจากคำนี้

ภาษาอังกฤษ คือคำว่า peace

ภาษาไทย อาจใช้คำว่า สันติ สันติภาพ สันติสุข สวัสดิภาพ สวัสดิมงคล

ภาษาไทย คำทักทายใช้คำว่า สวัสดี ซึ่งแปลว่า สันติสุขเช่นกัน ขอบคุณพระเจ้า

คนยิว ก็จะทักทายคำว่า ชาโลม

ในระหว่างการนมัสการ เมื่อต้องการแสดงถึงสันติสุข จะใช้คำว่า Peace be with you

และคำคำนี้ เกิดจากหัวใจของชาวยิวที่อยากให้มีสันติสุขในชีวิตของทุก ๆ คน

 

ทำไมถึงต้องให้ความสำคัญถึงสันติสุข

 

ความหมายของสันติสุงบสุขที่เกิดจากความสัมพันธ์ที่ดี (การคืนดี)

ความสุข บางครั้งเกิดจากความสัมพันธ์กับคนอื่น แต่ความสุขก็ไม่ใช่สันติสุขสักทีเดียว เพราะสันติสุขเป็นจากความสัมพันธ์ที่ดี

และไม่ใช่ความสงบเงียบเช่นกัน เพราะเมื่ออกไปสู่ความสงบเงียบก็รู้สึกว่าสุขดี แต่เมื่อกลับสู่ในโลกปกติก็กลับมาเหมิอนเดิม

ดังนั้น สันติสุขจึงไม่ใช่ความสุข และไม่ใช่ความสงบสุข แต่เป็นสิ่งที่เกิดจากความสัมพันธ์ที่ดีเป็นพื้นฐาน และพื้นฐานของความสัมพันธ์ที่ดีนี้ต้องเกิดจากความรัก ความเข้าใจ ความเห็นใจ ความยุติธรรม นี่เป็นภาพในอุดมคติ่ของพระคัมภีร์

 

ภาพตัวอย่างของ "ชีวิตที่มีสันติสุข"

ภาพของสันติสุขที่เกิดขึ้น พบได้ชัดที่สุดที่สวนเอเดน เมื่อมนุษย์มีสันติสุข นั่นคือ มนุษย์มีความสัมพันธ์ที่ดีกับพระเจ้า พระเจ้าทรงประทานสิ่งดีทุกสิ่งให้แก่มนุษย์ และมนุษย์ก็มีสามัคคีธรรมกับพระเจ้าอย่างสม่ำเสมอ จริงใจกับพระเจ้า เปิดเผยต่อพระองค์ มีความรักกับพระองค์ ไม่ต้องปิดบัง หนี หรือโกหกพระองค์

นอกจากนี้ ยังมีความสัมพันธ์ที่ดีกับมนุษย์

"ทั้งผู้ชายและภรรยาของเขาเปลือยกายอยู่และไม่อายกัน" (ปฐมกาล 1:25)

พระคัมภีร์ตอนนี้ไม่ได้หมายถึงลักษณะภายนอกเท่านั้น แต่เป็นการที่เปิดเผยจริงใจต่อกัน รักกัน ไว้ใจกัน ไม่ต้องอายกัน

 

และต้องมีความสัมพันธ์ที่ดีกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อาดัมตั้งชื่อสัตว์ ดูแลสวน

พระเจ้าจึงทรงให้มนุษย์นั้นอยู่ในสวนเอเดน ให้ทำและรักษาสวน (ปฐมกาล 2:15)

จะเห็นได้ว่าภาพเหล่านี้ห่างไกลจากชีวิตของเราเหลือเกิน

” 6เมื่อหญิงนั้นเห็นว่า ต้นไม้นั้นน่ากิน และน่าดูด้วย ทั้งเป็นต้นไม้ที่มุ่งหมายจะให้เกิดปัญญา จึงเก็บผลไม้นั้นมากิน แล้วส่งให้สามีกินด้วย เขาก็กิน 7ตาของเขาทั้งสองคนก็สว่างขึ้น จึงสำนึกว่าตนเปลือยกายอยู่ ก็เอาใบมะเดื่อมาเย็บเป็นเครื่องปกปิดร่างไว้
 

การที่มนุษย์ทำบาป ยังไม่เลวร้ายเท่ากับการที่หลบหนีจากพระเจ้า และไม่สารภาพกับพระเจ้า การไม่สารภาพเลวร้ายกว่าการทำบาปต่อพระเจ้ามาก นี่แหละเป็นเหตุที่ทำให้มนุษย์ขาดสันติสุข ชีวติแห่งสันติสุขถูกทำลายลง ความสัมพันธ์ทั้งสามด้านถูกทำลายลง

 

1. ขาดความสัมพันธ์ที่ดีกับพระเจ้า

การขาดความสัมพันธ์กับพระเจ้า ทำให้ภาวะการขาดสันติสุขมีผลต่อมนุษย์ในรุ่นต่อไป ส่งผลให้มนุษย์ไม่ยอมรับความผิดและไม่รู้สึกผิด และกลับกล่าวโทษพระเจ้า ไม่ว่าจะเป็นที่อาดัมได้กล่าวโทษพระเจ้าว่าประทานเอวามาให้เขา และคาอินกล่าวโทษพระเจ้าด้วยเช่นกัน

 

2. ขาดควาสัมพันธ์ที่ดีกับมนุษย์

เมื่อมนุษย์ขาดสันติสุข ก็ขาดความสัมพันธ์ที่ดีกับมนุษย์ อาดัมกล่าวโทษเอวา คาอินฆ่าอาเบล ตลอดประวัติศาสตณืมนุษย์ก็ทำสงครามตลอด

 

3. ขาดความสัมพันธ์ที่ดีกับธรรมชาติ

(3:17-18)

แผ่นดินถูกสาป พืชมีหนาม มนุษย์ตักตวงผลประโยชน์จากธรรมชาติ จนกระทั่งธรรมชาติเริ่มจะมาถึงจุดสิ้นสุด สิ่งเหล่านี้เกิดจากการขาดสันติสุข

 

 11คนทั้งโลกเสื่อมทรามไปในสายพระเนตรของพระเจ้า และแผ่นดินก็เต็มไปด้วยความทารุณ 12พระเจ้าทอดพระเนตรแผ่นดินก็ทรงเห็นว่าเสื่อมทราม เพราะบรรดามนุษย์ประพฤติตนเสื่อมทรามบนแผ่นดิน
(ปฐมกาล
6:11-12)

สิ่งเหล่านี้ เกิดจากสาเหตุสิ่งเดียว คือ การที่มนุษย์ไม่ยอมสารภาพต่อพระเจ้า

 

ขณะที่มนุษย์เสื่อมทรามและเต็มไปด้วยความบาป พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าแห่งสวัสดิภาพ

ฝ่ายกิเดโอนก็สร้างแท่นบูชาแท่นหนึ่งถวายพระเจ้าที่นั่น และเรียกตำบลนั้นว่า พระเจ้าคือสวัสดิภาพ ทุกวันนี้แท่นนั้นก็ยังอยู่ที่โอฟราห์ ซึ่งเป็นของตระกูลอาบีเยเซอร์
 (ผู้วินิจฉัย
6:24)

1โครินธ์ 14:33

พระเจ้าเป็นพระเจ้าแห่งสันติสุข และสันติสุขคือความสุขที่เกิจดากควใมสัมพัน

พระเจ้าทรงมีสันติสุขในพระอง๕เองตั้งแต่ก่อนสร้างโลก พระเจ้าทรงทร้างมนุษย์มา แม้ว่ามนุษย์จะเสื่อมทราม แต่จะเห้นได้ว่าพระเจ้าทรงพยายามให้มนุษย์มีสันติสุขโดยการทำพันธสัญญากับโนอาห์และอับราฮัม

เราจะตั้งพันธสัญญาของเราไว้กับพวกเจ้าว่า จะไม่ทำลายบรรดามนุษย์และสัตว์โดยให้น้ำท่วมอีก และจะไม่ให้มีน้ำมาท่วมทำลายโลกอีกต่อไป (9:11)

พระเจ้าทรงสัญญาว่าจะไม่ทำลายมนุษย์ แต่ทรงเตรียมแผนการที่มนุษย์จะกลับมีสันติสุขอีกครั้งโดยการทำพันธสัญญา ให้มนุษย์กลับมีความสัมพันธ์กับพระองค์อีกครั้ง

เราจะอำนวยพรแก่คนที่อวยพรเจ้า เราจะสาปคนที่แช่งเจ้า บรรดาเผ่าพันธุ์ทั่วโลกจะได้พรเพราะเจ้า” (ปฐมกาล 12:3)

แม้มีคนชอบธรรมเพียงคนเดียว พระเจ้าก็ทรงพร้อมที่จะประทานสันติสุขให้แก่มนุษย์ในโลกนี้ แล้ะะเราซึ่งเป็นคนไทยก็อยู้ในแผนการของพระเจ้าตั้งแต่สมัยอับราฮัมแล้ว

นอกจากนี้พระเจ้าก็ทรงประทานวันสะบาโตแก่มนุษย์ ที่มนุษย์จะกลับมามีสัมพันธ์ที่ดีกับพระเจ้า มีสันติสุข พระเจ้าทรงตั้งวันนี้เป็นวันที่พระเจ้าทรงสร้างไว้ให้แก่เราทั้งหลาย

 

เพื่อความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับมนุษย์

พระเจ้าทรงจัดตั้ง "เมืองลี้ภัย" พระเจ้าทรงตั้งเมืองนี้ในทุก ๆ ดินแดน เพื่อให้ผู้ที่ทำผิด ฆ่าคนโดยไม่ตั้งใจจะสามารถหลบที่นี้ได้ เพื่อให้มนุษย์มีสันติสุขในการอยู่ร่วมกัน

ทรงตั้ง "ปีเสียงเขาสัตว์" ทรงตั้งปี จูบีลี เป็นปีที่ 50 เป้นปีหลังจากครบรอบชุดเจ็ดปีที่เจ็ด และในปีนี้ ทาสจะได้รับการปลดปล่อย บรรดาลูกหนี้ก็จะได้รับการหลุดพ้น บรรดาผู้ที่ทำผิดและผู้ที่ถูกกระทำผิดก็จะได้กลับคืนดีกัน

 

เพื่อความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ

พระเจ้าทรงตั้ง "ปีสะบาโตและปีเสียงเขาสัตว์" ในปีสะบาโต การเพาะปลูกจะถูกงด แต่พระเจ้าจะทรงอวยพรให้ปีก่อนหน้าปีสะบาโตนั้นมีพืชผลอุดม สิ่งเหล่านี้ก็เพื่อที่จะให้พื้นดินได้หยุดพักจากการเพาะปลูก คืนความอุดมสมบูรณ์ให้แก่แผ่นดิน เพื่อที่จะหล่อเลี้ยงมนุษย์ได้ต่อไป

 

"บัญญัติต่าง ๆ ที่พระเจ้าประทานให้เพื่อการดำรงชีวิตที่มีสันติสุข"

 

แต่กระนั้น มนุษย์กํบยังไม่เชื่อฟัง ไม่กลับใจ (เฉลยธรรมบัญญัติ 28)

เงื่อนไขของชีวิตที่เชื่อฟังและไม่เชื่อฟังคืออะไร? เมื่อมนุษย์เชื่อฟังพระเจ้า ก็จะได้รับสันติสุขระหว่างมนุษยืกับพระเจ้า มนุษย์กับมนุษย์ และพืชพันธุ์ สัตวฺทัเงหลาย ตรงข้าม ถ้ามนุษย์ไม่เชื่อฟัง ก็จะเกิดสงคราม ความไม่สงบรอบด้าน แผ่นดินไม่ได้รับการอวยพร เกิดโรคระบาด โรคภัยไข้เจ็บ พืชผลไม่เพียงพอ

ดังนั้น ถ้าพี่น้องอยากได้สันติสุข เงื่อนไขที่สำคัญ คือ การเชื่อฟังพระเจ้า

 

ตั้งแต่สมัยผู้วินิจฉัย มีผู้วินิจฉัยเปลี่ยนไปหลายคน แต่การกระทำของอิสราเอลก็เหมือนเดิม เมื่อเขามีความสุข ก็หลงลืมพระเจ้า พระเจ้าก็ทรงส่งศัตรูมารังควาน อิสราเอลก็กลับใจ คุกเข่าหาพระเจ้า พระเจ้าก็ทรงสดับรับฟัง และส่งผู้วินิจฉัยมาให้แก่เขา ประทานสันติภาพมาให้แก่เขา สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า

พอสมัยที่มีแผ่นดินรุ่งเรือง ซึ่งรุ่งเรืองที่สุดในสมัยดาวิด ไม่ใช่เพราะมนุษย์ไม่ทำบาป แต่เป็นเพราะเขากลับมาแสวงหาการคืนดีกับพระเจ้า ดังในพระธรรม สดุดี 32 และ สดุดี 51

สมัยดาวิดได้รับการอวยพร ไม่ใช่เพราะดาวิดดีเลิศเลอสมบูรณืแบบ แต่เขามีความสัมพันธ์ที่ดีกับพระเจ้า เขากลับใจ

 4ข้าพระองค์ได้ทำบาปต่อพระองค์ต่อพระองค์เท่านั้น
และได้กระทำสิ่งที่ชั่วร้ายในสายพระเนตรพระองค์
ทั้งนี้เพื่อพระองค์จะทรงยุติธรรมในคำพิพากษา
และไร้ตำหนิในการพิพากษานั้น  (สดุดี
51:4)

หลังจากสมัยดาวิดไป ซาโลมอนรุ่งเรืองก็จริง แต่ไม่ถึงที่สุด เพราะหลังจากสมัยเขานั้น ประเทศแตกออกเป็น 2 ส่วน เป้นจากการไม่เชื่อฟังของซาโลมอน สันติสุขก็ขาดหายไป

เมื่อเวลาผ่านไป ประเทสแตกออกแล้ว ก็เป็นช่วงของผู้เผยพระวจนะทั้งน้อยใหญ่ อิสยาห์ เอเสเคียล เยเรมีย์ ซึ่งมีหน้าที่ประกาศความจริงของพระเจ้าในช่วงที่อิสราเอลทำบาป

สุดท้าย อิสราเอลก็สิ้นชาติ ไม่มีแผ่นดินอยู่ เพราะเขาไม่เชื่อฟัง คนอิสราเอลได้เรียนรู้จักพระเจ้ามากที่สุดตอนที่พวกเขาตกเป็นเชลย เช่นเดียวกับที่พี่น้องรู้จักพระเจ้ามากที่สุด ก็คือช่วงที่ทุกข์ยากลำบาก เวลาที่เราตกอยู่ในความทุกข์ยากลำบากเราได้เรียนรู้อะไรจากพระเจ้า? ส่วนใหญ่เราก็ได้แต่ขอพระเจ้านำเอาความทุกข์เหล่านั้นออกไป แต่แท้จรงแล้ว ความคิดเรื่องสันตอิสุขกลับได้รับความเข้าใจสูงที่สุดในเวลาที่มนุษย์ตกอยู่ในความทุกข์ที่สุดนั้นเอง สิ่งนี้จึงอยากให้พี่น้องได้ใคร่ครวญว่า ในแต่ละครั้งที่เกิดความทุกข์ในชีวิต พระเจ้าต้องการสอนสิ่งใดแก่เรา

คริสเตียนหลายคนห่างหายไปจากพระเจ้า จนกระทั่งเมื่อมีปัญหาต่าง ๆ ก็ได้กลับมา

ถึงแม้ว่าถ้าเราไม่ได้ทำอะไรผิด แล้วเกิดสิ่งเลวร้ายในชีวิตของเรา เราก็ยังสามารถเรียนรู้จรากพระเจ้าได้อยู่ดี ดังเช่นโยบ ซึ่งได้รับความทุกข์ยากลำบาก เขาไม่ได้ทำบาปอะไร แต่เขาก็ได้เรียนรู้ความยิ่งใหญ่ของพระเจ้ามากที่สุดในขณะที่เขายากลำบาก เขาตระหนักว่าพระเจ้าทรงยิ่งใหญ่เกินที่เขาจะเข้าใจ (โยบ 42)

ดังนั้น ขอที่เราจะเรียนรู้ที่จะเติบโตผ่านทางความทุกข์ยากต่าง ๆ

อิสราเอลได้ทำผิดอะไรกับพระเจ้า? อิสราเอลไม่เชื่อฟัง อิสราเอลไหว้รูปเคารพ เขามีชู้กับชาวต่างชาติ

 21“เราเกลียดชัง เราดูหมิ่นบรรดา
วันเทศกาลของเจ้า
และไม่ชอบในการประชุมตามเทศกาลของเจ้าเลย
22แม้ว่าเจ้าถวายเครื่องเผาบูชาและธัญญบูชาแก่เรา
เราก็ไม่ยอมรับสิ่งเหล่านั้น
และศานติบูชาด้วยสัตว์อ้วนพีของเจ้านั้น
เราจะไม่มองดู
23จงนำเสียงเพลงของเจ้าไปเสียจากเรา
เราจะไม่ฟังเสียงพิณใหญ่ของเจ้า
24แต่จงให้ความยุติธรรมหลั่งไหลลง อย่างน้ำ
และให้ความชอบธรรมเป็นอย่างลำธารที่ไหลอยู่เป็นนิตย์ (อาโมส
5:21-24)

สังเกตว่าไม่ใช่บาปจากการไม่รับใช้ พวกเขารับใช้อย่างมากมาย แต่พระเจ้าไม่ต้องการสิ่งเหล่นี้เลย พระเจ้าต้องการให้ชีวิตของเขาสอดคล้อง เชื่อฟังพระเจ้า สรุปแล้วคือ ความบาปที่เกิดขึ้น หัวใจสำคัญอยู่ที่ชีวิตของเขากับเพื่อนมนุษย์ ไม่ใช่การถวายเครื่องบูชา ไม่ใช่การรับใช้ แต่เป็นชีวิตของเขาต่างหาก

พวกเขาเบียดเบียบกันเอง ขายคนเป็นทาสด้วยราคาเท่ากับรองเท้าคู่เดียว เขาไม่เห็นคุณค่าของคน ไม่ได้นำความชอบธรรมให้แก่คนรอบข้าง สรุปแล้วคือ เขาไม่รักเพื่อนมนุษย์ ดังที่เขารักพระเจ้า นี่จึงทำให้เขาขาดซึ่งสันติสุข อิสราเอลเพิ่งจะรู้สึกเมื่อสายไปแล้ว

แล้วในชีวิตของเรา เราได้คำนึงถึงบาปที่เราทำต่อเพื่อนของเราเองหรือไม่ ไม่ใช่เพียงในสังคมคริสเตียนเท่านั้น แต่รวมถึงเพื่อนรอบข้างเรา เพื่อนที่ทำงานเรา คนเหล่านั้นเป็นคนที่พระเจ้าต้องการให้เราสำแดงความรักด้วย

จงหนีการชั่ว และกระทำการดี
แสวงสันติภาพ และติดตามไป (สดุดี
34:14)

สันติสุขเกิดขึ้นได้เมื่อไม่ทำความชั่ว และทำความดี ต่อพี่น้องคนรอบข้าง

อิสราเอลรอคอย แสวงหาการคืนดีกับพระเจ้า

เพราะภูเขาอาจจะพรากจากไป
และเนินอาจจะคลอนแคลน
แต่ความรักมั่นคงของเราจะไม่พราก
ไปจากเจ้า
และพันธสัญญาแห่งสันติภาพของเราจะไม่คลอนแคลนไป
พระเจ้าผู้มีความสมเพชต่อเจ้าตรัสดังนี้ (อิสยาห์
54:10)

25“เราจะกระทำพันธสัญญาสันติสุขกับเขาและกำจัด สัตว์ร้ายเสียจากแผ่นดิน เพื่อว่าเขาจะอาศัยอยู่ในถิ่นทุรกันดารอย่างปลอดภัย และนอนอยู่ในป่าไม้  (เอเสเคียล 34:25)

6ด้วยมีเด็กคนหนึ่งเกิดมาเพื่อเรา
มีบุตรชายคนหนึ่งประทานมาให้เรา
และการปกครองจะอยู่ที่บ่าของท่าน
และท่านจะเรียกนามของท่านว่า
“ที่ปรึกษามหัศจรรย์ พระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์
พระบิดานิรันดร์ องค์สันติราช”
7เพื่อการปกครองของท่านจะเพิ่มพูนยิ่งขึ้น
และสันติภาพจะไม่มีที่สิ้นสุด
เหนือพระที่นั่งของดาวิด และเหนือราชอาณาจักรของพระองค์
ที่จะสถาปนาไว้ และเชิดชูไว้
ด้วยความยุติธรรมและด้วยความชอบธรรม
ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปจนนิรันดร์กาล
ความกระตือรือร้นของพระเจ้าจอมโยธาจะกระทำการนี้ (อิสยาห์ 9:6-7)

พระเจ้าทรงส่งสันติสุขมาสู่โลกนี้ พระเจ้าทรงเตรียมทางแห่งสันติสุขให้แก่มนุษย์

14“พระสิริจงมีแด่พระเจ้าในที่สูงสุด
ส่วนบนแผ่นดินโลก สันติสุขจงมี
ท่ามกลางมนุษย์ทั้งปวง
ซึ่งพระองค์ทรงโปรดปรานนั้น” (ลูกา 2:14)

สันติสุขที่พระเจ้าประทานให้ คือ องค์พระเยซูคริสต์ พระเยซูทรงเป็นทางที่ให้มนุษย์กลับคืนสู่พระบิดา

พระเยซูตรัสกับเขาว่า “เราเป็นทางนั้น เป็นความจริงและเป็นชีวิต ไม่มีผู้ใดมาถึงพระบิดาได้นอกจากจะมาทางเรา 7ถ้าท่านทั้งหลายรู้จักเราแล้ว ท่านก็จะรู้จักพระบิดาของเราด้วย ตั้งแต่นี้ไปท่านก็จะรู้จักพระองค์และได้เห็นพระองค์”  (ยอห์น 14:6)

 26แต่องค์ผู้ช่วยคือพระวิญญาณบริสุทธิ์ซึ่งพระบิดาจะทรงใช้มาในนามของเรานั้น จะทรงสอนท่านทั้งหลายทุกสิ่ง และจะให้ท่านระลึกถึงทุกสิ่งที่เราได้กล่าวไว้แก่ท่านแล้ว 27เรามอบสันติสุขไว้ให้แก่ท่านทั้งหลาย สันติสุขของเราที่ให้แก่ท่านนั้น เราให้ท่านไม่เหมือนโลกให้ อย่าให้ใจของท่านวิตก และอย่ากลัวเลย (ยอห์น 14:26-27)

นอกจากนี้ พระเยซูคริสต์ได้ทรงสัญญาว่าจะทรงประทานสันติสุขแก่มนุษย์ ผ่านทางองค์พระวิญญาณบริสุทธิ์ ที่ประทับอยู่ในชีวิตของเราทั้งหลาย

ฝ่ายผลของพระวิญญาณนั้น คือความรัก ความปลาบปลื้มใจ สันติสุข ความอดกลั้นใจ ความปรานี ความดี ความสัตย์ซื่อ (กาลาเทีย 5:22)

สันติสุขนั้น ไม่เหมือนกับโ,กนี้ และไม่ใช่ความสงบเงียบ แต่เป็นสิ่งทีเกิดจากความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างเรากับพระเจ้า ในพระเยซูคริสต์ เราสามารถกลับคืนดีกับพระเจ้าได้ด้วยการสารภาพ

 6อย่าทุกข์ร้อนในสิ่งใดๆเลย แต่จงทูลเรื่องความปรารถนาของท่านทุกอย่างต่อพระเจ้า ด้วยการอธิษฐาน การวิงวอน กับการขอบพระคุณ 7แล้วสันติสุขแห่งพระเจ้าซึ่งเกินความเข้าใจ จะคุ้มครองจิตใจและความคิดของท่านไว้ในพระเยซูคริสต์ (ฟิลิปปี 4:6-7)

สันติสุข เกิดขึ้นได้เพราะเรรามีพระเจ้าผู้ทรงยิ่งใหญ่สูงสุด พระองค์ทรงคุ้มครองจิตใจของเรา ขอที่เราจะกลับมีความสัมพันธ์ที่ดีกับพระเจ้า แล้วเราจะมีสันติสุขที่เกินความเข้าใจ

 

นอกจากนี้ เราทั้งหลายยังมีหน้าที่ในการสร้างสันติ

บุคคลผู้ใดสร้างสันติ ผู้นั้นเป็นสุข เพราะว่าพระเจ้าจะทรงเรียกเขาว่าเป็นบุตร (มัทธิว 5:9)

 

พระเจ้าทรงประทานสันติสุขจากที่สูงสุด มายังที่ต่ำสุด พระเยซูคริสต์ได้ทรง บังเกิดในรางหญ้า เพื่อให้ผู้ที่ไมได้รับการยอมรับในสังคม ดังเช่นเด็กเลี้ยงแกะ ได้มาหาพระองคืได้ พระองค์ทรงมองว่าคนยากจน คนด้อยโอกาส ได้รับการช่วยเหลือแล้วหรือยัง ได้รับความเป็นธรรมแล้วหรือยัง นี่เป็นสิ่งที่พระเจ้ามองมายังแผ่นดินโลก พระเยซูได้ทรงวางแบบอย่างในการสร้างสันติสุขให้แก่เราทั้งหลายแล้ว

 

คศ. เจนจิรา คีรีรัตน์นิติกุล

BIT Delivery (ศาสนศาสตร์พันธสัญญาเดิม) เรื่อง สันติสุข

คณะเพื่อคุณ คริสตจักรสะพานเหลือง

เมื่อวันที่ 12/13/2009

สรุปโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์

 

หมายเหตุ: ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ

 

  • ถ้าท่านอ่านแล้ว มีความปรารถนาที่จะเปิดใจออก อธิษฐานทูลเชิญพระเยซูคริสต์เสด็จเข้ามาในชีวิตของท่าน และเป็นพระเจ้าของท่าน กรุณาไปที่หน้า คำอธิษฐาน

  • ถ้าคุณอ่านแล้วสนใจ กรุณาติดต่อคริสตจักรใกล้บ้านท่านได้เลยครับ หรือถ้าหากต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม ก็ติดต่อโดยตรงได้ที่อีเมลของผมเลยครับ ton@followhissteps.com

FollowHisSteps.com

ได้รับการสนับสนุน Web Hosting จาก SPAComputer.com, ThaWang.com