วรรณกรรมและฉบับต่าง ๆ ของพระคัมภีร์

FollowHisSteps.com
 

สินค้าที่คนต้องการเป็นของขวัญ หรือให้เป็นของขวัญมากที่สุด ก็คือ มือถือ เนื่องจากลักษณะของมนุษย์ ชอบสื่อสารพูดคุยกัน แม้แต่เด็กเอง ก็ต้องการที่จะพูด ต้องการที่จะสื่อสาร เพียงแต่ผู้ใหญ่ไม่เข้าใจ

พระเจ้าก็เช่นกัน พระองค์ทรงสร้างมนุษย์ และทรงต้องการที่จะสื่อสารแก่มนุษย์ เพียงแต่อาดัมและเอวา ตกในบาป จึงไม่สามารถสื่อสารพระเจ้าได้ และพระองค์ทรงพยายามที่จะสื่อสารแก่มนุษย์ต่อไป จนปัจจุบัน วิธีทีสำคัญที่พระองค์ทรงใช้ ก็คือ ผ่านทางพระคัมภีร์

การที่จะเกิดเป็นพระคัมภีร์ได้นั้น มีกระบวนการมากมาย โดยมีขั้นตอนหลัก ๆ ได้แก่ Transcribe, Transfer, Transmit และ Translate

Transcribe คือ การที่เปลี่ยนจากคำพูด เป็นภาษาเขียน (oral to text) เรื่องราวต่าง ๆ ที่ปรากฎในพระคัมภีร์นั้น ส่วนใหญ่เป็นเรื่องราวที่ถูกเล่าต่อ ๆ กันมา ซึ่งเรียกว่า "Oral Tradition" และต่อมา ก็มีการบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร ตัวอย่างเช่น โมเสส แม้จะไม่ได้พบเห็นเหตุการณ์ด้วยตัวเอง แต่ท่านก็ได้รับข้อมูลจากการบอกเล่า เป็นสิ่งที่ผู้คนสมัยนั้นรู้กันอยู่แล้ว เป็นภูมิปัญญาชาวบ้าน แล้วก็บันทึกลงเป็นลายลักษณ์อักษร อาทิเช่น เรื่องน้ำท่วมโลก ซึ่งเป็นที่รู้กันอยู่แล้วทั่วโลก ดังนั้น เรื่องเหล่านี้จึงมิได้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นมาเอง แต่เป็นเรื่องที่รู้กันอยู่แล้ว

Transfer ก็คือ การย้ายจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง (from one place to another) เมื่อพระคัมภีร์ถูกเขียนขึ้นมาแล้ว ก็ต้องมีการเคลื่อนย้าย เช่น บัญญัติสิบประการ ซึ่งถูกเคลื่อนย้ายโดยบรรจุไว้ในหีบพระสัญญา กว่าพระคัมภีร์จะมาถึงเราได้ จะต้องมีการเก็บรักษา และการย้าย ในอดีตทำกันได้ยากมาก เพราะต้องขนย้ายจริง ๆ โดยพระธรรมโฮเชยา เป็นพระธรรมที่มีปัญหาอย่างมากเรื่องความครบถ้วน เนื่องจากมีการอพยพจากสงคราม และมีการขาดหายไปบางตอน ข้อความไม่ต่อเนื่อง ซึ่งเป็นปัญหาจากการ transfer 

จะเห็นได้ว่า พระวจนะของพระเจ้า กว่ามาถึงเราได้ มีกระบวนการเยอะมาก ต้องผ่านทั้งการ transcribe และ transfer แม้ว่าจริง ๆ แล้วพระเจ้าทรงมีวิธีที่จะสื่อสารกับเราทางอื่น ๆ และพระองค์ก็ทรงทำอยู่ แต่พระองค์ก็ทรงใช้วิธีที่ยุ่งยากนี้ในการที่มนุษย์จะได้รับข้อความจากพระองค์

Transmit คือ การถ่ายทอดให้คนรุ่นหลัง ซึ่งไม่เข้าใจเหตุการณ์หรือภูมิหลัง ได้เข้าใจ (from one generation to another ) ตัวอย่างเช่น โดยเมื่อก่อนนี้ พระคัมภีร์ภาษาฮีบรูไม่มีสระ หรือไม่มีจุด หรือขีด แต่ต่อมาคนในสมัยหลังอ่านไม่เข้าใจ จึงต้องมีการใส่เครื่องหมายเพื่อช่วยให้คนรุ่นใหม่อ่าน

พระวจนะของพระเจ้า สามารถใช้ได้ทุกยุคทุกสมัย แต่ก็มีความจำเป็นที่จะต้องมีการ transmit เพื่อที่คนรุ่นหลังจะสามารถเข้าใจได้

และคำสุดท้ายที่รู้จักกันมากที่สุด ก็คือ Translate ซึ่งเป็นการเปลี่ยนจากภาษาหนึ่งเป็นอีกภาษาหนึ่ง (from one language to another) คนยิวเมื่อถูกกวาดต้อนไปเป็นเชลย พวกเขาไม่ได้มีโอกาสใช้ภาษาฮีบรู แต่ต้องเรียนภาษาอาราเมค ซึ่งเป็นภาษาหลัก จึงได้มีการแปลพระคัมภีร์เป็นภาษาอาราเมค ซึ่งใช้ตัวอักษรเดียวกัน ลักษณะคล้ายกัน ไม่สามารถที่จะแยกได้ ซึ่งอาจเรียกได้ว่า อาราเมคเป็นภาษาพูด ที่มีตัวเขียนเป็นภาษาฮีบรู (จึงยังเป็นที่ถกเถียงกันว่า พระเยซูตรัสเป็นภาษาอาราเมคหรือภาษาฮีบรูกันแน่) และต่อมาเมื่อกรีกได้เรืองอำนาจ ภาษากรีกได้เป็นภาษาสากล จึงได้มีการแปลเป็นพระคัมภีร์เป็นภาษากรีก เรียกว่า เซปทูจินท์ (พระคัมภีร์เดิมที่มีการแปลเป็นภาษากรีก) แต่ส่วนพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่จะมีการเปลี่ยนเป็นภาษากรีกแล้ว จึงไม่ได้มีการแปลเป็นภาษากรีก

ในปัจจุบันพระคัมภีร์มีการแปลมาแล้วกว่า 2,000 ภาษา แม้จะไม่ได้ครบถ้วนทั้งเล่มในบางภาษา

 

วรรณกรรมแบบต่าง ๆ ของพระคัมภีร์

พระคัมภีร์นั้น นอกจากจะให้เราได้ทราบเนื้อหา (content) แล้ว พระเจ้ายังต้องการให้เราเข้าใจ และตอบสนอง พระองค์จึงทรงประทานวรรณกรรมรูปแบบต่าง ๆ

  • ร้อยแก้ว ที่เป็นเรื่องราวต่าง ๆ ซึ่งเป็นส่วนที่ใช้มากที่สุดในพระคัมภีร์

  • บทกลอน ซึ่งมีจุดประสงค์ คือ ช่วยให้จำ ดังนั้น ลักษณะเด่น คือ จะกล่าวซ้ำ ๆ เพื่อช่วยให้ผู้อ่านจำได้

  • ประวัติศาสตร์ ซึ่งเป็นสิ่งที่คนไทยไม่ค่อยให้ความสนใจนัก ต่างจากพวกชาวต่างประเทศ ซึ่งสนใจมาก ประวัติศาสตร์มีความสำคัญ เพื่อเป็นข้อเตือนใจเรา มิให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย อาทิเช่น ในพระธรรมอพยพ ได้เป็นข้อเตือนใจชัดเจนว่า ใครที่ไม่เชื่อฟังพระเจ้า พระเจ้าก็จะทรงลงโทษไป 3-4 ชั่วอายุคน แต่ส่วนใครที่เชื่อฟังพระเจ้า พระเจ้าจะทรงอวยพรไปพันชั่วอายุคน

"4 ห้ามทำรูปเคารพ (แปลได้อีกว่า รูปแกะสลัก) สำหรับตน เป็นรูปสิ่งใดซึ่งมีอยู่ในฟ้าเบื้องบน หรือบนแผ่นดินเบื้องล่าง หรือในน้ำใต้แผ่นดิน
5 ห้ามกราบไหว้หรือปรนนิบัติรูปเหล่านั้น เพราะเราคือยาห์เวห์พระเจ้าของเจ้า เป็นพระเจ้าที่หวงแหน ให้โทษของบิดาตกทอดไปถึงลูกหลานของผู้ที่ชังเราจนถึงสามชั่วสี่ชั่วอายุคน
6 แต่แสดงความรักมั่นคงต่อคนที่รักเรา และรักษาบัญญัติของเราจนถึงนับพันชั่วอายุคน" (อพยพ 20:4-6 ThaiTSV2006)

  • คำสอนทางปัญญา เช่น สุภาษิต โยบ ปัญญาจารย์

  • คำพยากรณ์ ซึ่งจริง ๆ แล้วพระเจ้าทรงสำแดงให้หมดแล้ว โดยเฉพาะในพระธรรมเฉลยธรรมบัญญัติบทที่ 27-29 ซึ่งพระเจ้าได้ทรงสำแดงให้อิสราเอลทราบแล้วว่า ถ้าหากเชื่อฟัง จะเป็นอย่างไรบ้าง และถ้าไม่เชื่อฟังจะเป็นอย่างไร

  • พระกิตติคุณ เป็นแบบอย่างที่ดีของ transmit โดยพระธรรมมัทธิวเขียนให้ชาวยิว มาระโกเขียนให้คริสเตียนชาวต่างชาติที่อยู่ในกรุงโรม ซึ่งกำลังอยู่ในสถานการณ์ตึงเครียด ดังนั้นแนวการเขียนจะเขียนกระชับ ดำเนินเรื่องอย่างรวดเร็ว มักจะมีการใช้คำว่า "ทันใดนั้น" ทำให้อ่านแล้วดูตื่นเต้น คุณหมอลูกาเขียนรายละเอียดเยอะ เพราะเขียนให้คนที่มีการศึกษาได้อ่าน และยอห์นจะเขียนในแนวปรัชญา พระกิตติคุณจึงเป็นเหมือน 4 version ให้ผู้อ่านคนละกลุ่มได้อ่าน

  • กิจการ เป็นหมวดประวัติศาสตร์เล่มเดียวในพระคัมภีร์ใหม่

  • จดหมายฝาก เป็นส่วนที่มีจำนวนเล่มมากที่สุดในพระคัมภีร์ใหม่ โดยจดหมายส่วนใหญ่จะเขียนโดยอาจารย์เปาโล แม้ว่าอาจารย์เปาโลอาจจะไม่ได้เป็นผู้ที่เขียนเอง หรืออาจจะมิได้เป็นผู้ที่เขียนคนเดียว (คำว่า "เรา" สำหรับพระเจ้า จะเป็นเอกพจน์ แต่คำว่า "เรา" ในบรรดาจดหมายฝาก ก็จะเป็นในรูปพหูพจน์)

  • วิวรณ์ เป็นเรื่องราวคำทำนายถึงอนาคต ซึ่งจริง ๆ แล้วมิได้มีเพียงพระธรรมวิวรณ์เท่านั้นที่มีลักษณะการเขียนเช่นนี้ แต่พระคัมภีร์อีกหลายตอนก็เป็นแนววิวรณ์เช่นกัน ที่สำคัญที่สุด คือ ในพระธรรมมัทธิว บทที่ 24-25 ซึ่งเป็นการทำนายเหตุการณ์ในอนาคตไว้อย่างละเอียดทีเดียว

 

Version ต่าง ๆ

ในพระคัมภีร์เอง ก็มีเรื่องเดียวกันที่ปรากฏในพระธรรมคนละเล่ม อาทิเช่น พระกิตติคุณ หรือแม้แต่ในพระคัมภีร์พันธสัญญาเดิมเอง ก็มีที่กล่าวซ้ำกันเช่นกัน แล้วแต่กลุ่มเป้าหมายของผู้เขียน

พระคัมภีร์เดิม มี version เช่น อาราเมค เซปทูจินท์ ซีรีแอค

ความแตกต่างที่สำคัญของเซปทูจินท์ คือ มีจำนวนพระธรรมมากกว่าภาษาฮีบรู คือ มีหลายเล่มที่เรียกว่า "อธิกธรรม" ซึ่งจะพบได้ในพระคัมภีร์ของพวกคาทอลิก แทรกอยู่ระหว่างพระคัมภีร์เดิมและพระคัมภีร์ใหม่

ฉบับ King James เป็นฉบับภาษาอังกฤษที่แปลมาเกือบ 400 ปีแล้ว จะมีการฉลองครบรอบ 400 ปีใน คศ. 2011 เป้าหมายของฉบับนี้ คือ ให้คนธรรมดาสามัญได้มีโอกาสที่จะอ่านได้ มีบางคนเรียกว่า Authorized version เป็นฉบับที่ได้รับการยกย่องว่าถูกต้องมากที่สุด เพียงแต่มีปัญหาในด้านภาษา เนื่องจากภาษาที่ใช้ แม้ว่าจะเป็นภาษาสำหรับคนธรรมดาสามัญอ่าน แต่ทว่าเป็นภาษาโบราณ จึงเข้าใจได้ยาก และอาจจะมีปัญหาในการตีความหมาย

ภาษาไทยมีฉบับต่าง ๆ ได้แก่ ฉบับปี 1940, ปี 1971, ประชานิยม, มาตรฐาน 2002, และ ฉบับของอมตธรรมเพื่อชีวิต

พระคัมภีร์แต่ละ version มีจุดมุ่งหมายต่าง ๆ กัน ดังนั้นอาจจะมีความแตกต่างกันทางด้านภาษาบ้าง และบางครั้ง เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป ประโยคเดียวกันก็อาจจะมีความหมายแตกต่างกันได้ ดังนั้น ถ้าหากต้องการคงความหมาย อาจจะต้องเปลี่ยนประโยคใหม่ แต่ถ้าหากต้องการคงคำคำเดิม ก็อาจทำให้ความหมายเปลี่ยนไปได้

ข้อฝาก ก็คือ ขออย่าที่เราจะบอกว่า version นั้นถูก หรือ version นั้นผิด แต่ให้เราเข้าใจว่า แต่ละ version นั้นมีเป้าหมายต่าง ๆ กัน และบางครั้งการอ่านหลาย ๆ version ก็อาจจะทำให้เราเข้าใจมากขึ้นได้เช่นกัน รวมถึง บางครั้ง การที่เราอ่านตาม cross references เพื่อดูจุด ๆ อื่น ๆ ของพระคัมภีร์ที่มีการกล่าวเรื่องเดียวกัน ก็จะช่วยให้เราเข้าใจพระคัมภีร์ได้ดีทีเดียว

 

ศจ.ดร. เสรี หล่อกัณภัย

BIT Delivery 2008 ครั้งที่ 2 คริสตจักรสะพานเหลือง

เรื่อง วรรณกรรมและฉบับต่าง ๆ ของพระคัมภีร์

เมื่อวันที่ 19/10/2008

สรุปโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์

 

  • ถ้าท่านอ่านแล้ว มีความปรารถนาที่จะเปิดใจออก อธิษฐานทูลเชิญพระเยซูคริสต์เสด็จเข้ามาในชีวิตของท่าน และเป็นพระเจ้าของท่าน  กรุณาไปที่หน้า คำอธิษฐาน

  • ถ้าคุณอ่านแล้วสนใจ กรุณาติดต่อคริสตจักรใกล้บ้านท่านได้เลยครับ หรือถ้าหากต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม ก็ติดต่อโดยตรงได้ที่อีเมลของผมเลยครับ ton@followhissteps.com

FollowHisSteps.com

ได้รับการสนับสนุน Web Hosting จาก SPAComputer.com, ThaWang.com