พระลักษณะของพระเจ้า

FollowHisSteps.com
 

พระเจ้าทรงยิ่งใหญ่ เป็นไปไม่ได้ที่เราจะสามารถรู้จักพระเจ้าได้ทั้งหมด เนื่องด้วยความจำกัดของความรู้ของมนุษย์ ดังนั้น เราคงจะรู้จักพระเจ้าได้จากพระคัมภีร์

แหล่งที่เราจะเข้าใจ จะรู้จักพระเจ้าได้ นอกจากพระคัมภีร์แล้ว ก็มีประสบการณ์ส่วนตัวของแต่ละบุคคล เพียงแต่ประสบการณ์ส่วนบุคคลไม่สามารถเอาเป็นมาตรฐานได้ มีเพียงพระคัมภีร์เท่านั้น ที่เป็นแหล่งข้อมูลที่เป็นมาตรฐาน

พระลักษณะของพระเจ้า คือ ความสมบูรณ์ของพระเจ้า ซึ่งเป็นคำจำกัดความที่กว้างมาก

พระลักษณะของพระเจ้านั้น แตกต่างจากคำว่า "ลักษณะ" ที่ใช้กับมนุษย์หรือสิ่งของ (เช่น ยุติธรรม ความรัก ความเมตตา) เพราะ พระลักษณะต่าง ๆ ของพระเจ้า คือ ความสมบูรณ์ของลักษณะนั้น  ดังนั้น เรากำลังทำความเข้าใจในความสมบูรณ์ (ไม่จำกัด) ของพระเจ้า ผ่านสิ่งที่ไม่สมบูรณ์ (จำกัด) ในโลกนี้

เมื่อเราพูดถึงลักษณะของคน เราก็พอจะบอกได้ตามความเข้าใจของเรา มีทั้งส่วนที่เป็นวัตถุวิสัย (objective) และบางครั้งก็เป็นส่วนอตวิสัย (subjective) เช่น เราเข้าใจ นาย ก ว่าเป็นคนสุภาพ แต่อีกคนหนึ่งก็รู้สึกว่า นาย ก ไม่ได้เป็นเช่นนั้น ทั้งนี้ก็คงจะขึ้นอยู่กับเหตุการณ์ต่าง ๆ การใช้เวลาร่วมกัน ซึ่งนี่เป็นความจำกัด

ความสมบูรณ์ของแต่ละคน มีมาตรฐานที่ไม่เท่านั้น เช่น การที่จะบอกว่าคนไหนเป็นคนดี ก็ขึ้นอยู่กับมาตรฐานของแต่ละคนในการมอง

เทพเจ้าอื่นมีลักษณะเดียว เช่น ความอุดมสมบูรณ์ ความรัก สงคราม ยุติธรรม แต่พระเจ้าของเรา เป็นพระเจ้าเที่ยงแท้ พระองค์มีหลายพระลักษณะ และมีความสมบูรณ์ในทุกพระลักษณะนั้น เราจึงไม่สามารถที่จะกล่าวถึงพระลักษณะของพระเจ้าได้เพียงคำใดคำหนึ่งเท่านั้น เราจะต้องนำหลายๆ พระลักษณะมาประกอบกันในการอธิบายพระลักษณะของพระเจ้า

 

นิรันดร์กาล (Eternity)

"ก่อนที่ภูเขาทั้งหลายเกิดขึ้นมา ก่อนที่พระองค์ทรงให้กำเนิดแผ่นดินโลกและพิภพ พระองค์ทรงเป็นพระเจ้า ตั้งแต่นิรันดร์กาลถึงนิรันดร์กาล" (สดุดี 90:2 ThaiTSV1971)

เราอยู่ในโลกที่จำกัด อยู่ในโลกที่มี time และ space สองสิ่งนี้ควบคุมชีวิตเราอยู่ แต่พระเจ้าไม่ได้ถูกจำกัด เพราะพระองค์ทรงเป็นพระเจ้าตั้งแต่นิรันดร์กาลจนถึงนิรันดร์กาล

พระองค์มิได้ถูกจำกัดด้วยเวลา ไม่มีจุดเริ่มต้น ไม่มีสิ้นสุด พระองค์ทรงเห็นอดีตและอนาคต พร้อมกับปัจจุบัน พระองค์ไม่ต้องเรียนรู้ ไม่มีการแก่ลง และไม่มีวันตาย

ด้วยพระลักษณะนี้ของพระองค์ เราจึงสามารถมั่นใจ วางใจในพระองค์ได้ เพราะพระองค์ไม่ทรงเปลี่ยนแปลง พระองค์ทรงเป็นอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น และเราไม่จำเป็นต้องกระวนกระวายใจเมื่อเจอปัญหา ไม่ต้องหาหมอดู

 

เสรีภาพ (Freedom)

"ผู้ใดได้ให้กำหนดแก่พระวิญญาณของพระเจ้า หรือเป็นที่ปรึกษาของพระองค์ ให้คำแนะนำแก่พระองค์" (อิสยาห์ 40:13-14 ThaiTSV1971)

ไม่มีใครสามารถบังคับ หรือควบคุมพระองค์ได้

คำว่าอิสรภาพ ในปัจจุบัน เราจะเข้าใจว่า ทำอะไรก็ได้ตามอำเภอใจ ซึ่งเป็นจริงสำหรับพระเจ้า เพราะพระเจ้าทรงสมบูรณ์ และทรงประเสริฐ (goodness) พระองค์สามารถตัดสินใจที่จะทำอะไร และไม่ทำอะไรก็ได้ ทรงมีมาตรฐานของพระองค์ที่ชัดเจน

แต่มนุษย์เรามีจำกัด เราไม่สามารถทำอะไรก็ได้ตามอำเภอใจ มนุษย์เรามิได้มีอิสรภาพเต็มที่ ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขต่าง ๆ เช่นเดียวกับปลาในบ่อ มันมีอิสระเต็มที่ ตราบเท่าที่มันยังอยู่ในบ่อนั้น แต่ถ้าออกนอกบ่อ มันก็ไม่สามารถทำอะไรได้

ดังนั้น อยากให้เราพิจารณาว่า การอธิษฐานทูลวิงวอนสามารถบังคับพระเจ้าได้หรือไม่ ? เราไม่สามารถบังคับพระเจ้าได้ สิ่งที่เราเห็นว่าเหมาะสม จริง ๆ แล้วอาจจะไม่ใช่อย่างที่เราคิด เพราะมนุษย์เราโดนจำกัดด้วยหลายสิ่งหลายอย่าง แต่พระเจ้าทรงสัพพัญญู พระองค์ทรงรู้อนาคต ทรงทราบสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเราแน่นอน   และอีกแง่หนึ่ง ถ้าการอธิษฐานของเราสามารถควบคุมพระเจ้าได้ ก็หมายความว่า เราเป็นพระเจ้าเอง เราสามารถคุมพระเจ้าได้ หรือพระเจ้าของเราก็ไม่ใช่พระเจ้าแล้ว เพราะทรงอยู่ในความจำกัดที่เราสร้างขึ้น

พระเจ้าทำบาปได้หรือไม่ ? มนุษย์เราทำบาปได้ เพราะเราถูกล่อลวงและเป็นมนุษย์ แต่พระเจ้าทรงรอบรู้ทุกสิ่ง ทรงเป็นมาตรฐานของความดีทุกสิ่ง พระองค์จะไม่ทรงเลือกทำในสิ่งที่ผิดแน่นอน

สรุป ทุกอย่างขึ้นอยู่กับน้ำพระทัยของพระเจ้า และ ถ้าจะจำกัดก็ด้วยพระลักษณะของพระองค์เอง มิใช่สิ่งอื่น

 

อธิปไตย (Sovereignty)

พระองค์ทรงมีอำนาจสูงสุด พระองค์สามารถครอบครองทุกสิ่งทุกอย่างโดยอำนาจของพระองค์เอง ไม่จำเป็นต้องมีใครมามอบอำนาจให้ ไม่ต้องผ่านการแต่งตั้ง หรือการเลือกตั้ง เพราอำนาจนั้นอยู่กับพระเจ้าตั้งแต่ต้น

แม้ว่าอาจควบคุมโดยผ่านกฎธรรมชาติและสิ่งต่าง ๆ แม้ว่าอนุญาตให้มนุษย์หรือบางอย่างดูแล แต่อำนาจสูงสุดอยู่ที่พระเจ้า ดูจากการอัศจรรย์ การลงโทษ หรืออะไรที่เกินการควบคุมของมนุษย์

เสรีภาพและความบาปของมนุษย์ก็เป็นสิ่งที่พระเจ้าทรงอนุญาตให้เกิดขึ้น ทั้งที่พระองค์มิได้ริเริ่ม แต่ทุกสิ่งจะถูกควบคุมอยู่ในแผนการพระเจ้าทั้งสิ้น

 

ทรงฤทธานุภาพสูงสุด (Omnipotence)

ความหมายคือ พระเจ้าทรงมีอำนาจสูงสุด และสามารถทำได้ทุกสิ่งที่ไม่ขัดกับพระลักษณะของพระองค์ และไม่ขัดน้ำพระทัยของพระองค์

หรือพูดอีกนัยหนึ่งว่า สิ่งที่จำกัดพระองค์ คือ พระลักษณะของพระองค์ และการเลือกของพระองค์เอง

ดังนั้น การอธิษฐานต่อพระเจ้าผู้ทรงฤทธิ์ ไม่ใช่คาถา เราไม่สามารถควบคุมพระเจ้าได้ ดังนั้น คำอธิษฐานของเรา คือ จะเป็นการที่เราจะเข้าใจน้ำพระทัยของพระเจ้า ให้ชีวิต และความคิดของเราสอดคล้องกับน้ำพระทัยของพระเจ้า

ยุคพราหมณ์เรืองอำนาจ จะมีพราหมณ์เป็นพระ จะมีคาถาต่าง ๆ มากมาย เวลาท่องคาถา พวกพระต่าง ๆ ของเขาจะถูกควบคุมให้กระทำตามคาถาเหล่านั้น ต้องทำตามสิ่งต่าง ๆ ที่พวกพราหมณ์ท่องคาถาให้ทำนั้น หรืออีกตัวอย่างหนึ่ง คือ ตะเกียงของอาลาดิน ยักษ์ในตะเกียงต้องทำตามที่ผู้ถือตะเกียงสั่ง แต่พระเจ้าของเราไม่ได้เป็นเช่นนั้น เพราะพระองค์ไม่ได้ทรงถูกจำกัดด้วยสิ่งอื่นใด

 

สากลสถิต (Omnipresence)

"7 ข้าพระองค์จะไปไหน ให้พ้นพระวิญญาณของพระองค์ได้ หรือข้าพระองค์จะหนีไปไหนให้พ้นพระพักตร์ของพระองค์
8 ถ้าข้าพระองค์ขึ้นไปยังสวรรค์ พระองค์ทรงสถิตที่นั่น ถ้าข้าพระองค์จะทำที่นอนไว้ในแดน ผู้ตาย พระองค์ทรงสถิตที่นั่น
9 ถ้าข้าพระองค์จะติดปีกแสงอรุณ และอาศัยอยู่ที่ส่วนของทะเลไกลโพ้น
10 แม้ถึงที่นั่น พระหัตถ์ของพระองค์จะนำข้าพระองค์ และพระหัตถ์ขวาของพระองค์จะยึดข้าพระองค์ไว้" (
สดุดี 139:7-10 ThaiTSV1971)

พระองค์ทรงสถิตทุกหนทุกแห่ง ทุกที่ทุกเวลา และทั้งหมด ไม่ใช่บางที่ บางเวลา หรือบางส่วนของพระองค์

แต่ไม่เหมือนกับการประทับอยู่อย่างเต็มด้วยสง่าราศี (สะท้อนถึงการสำแดงพระองค์ที่แตกต่างกันในแต่ละที่)

คำถามก็คือว่า พระเจ้าทรงอยู่ใน pub หรือแหล่งอบายมุขต่าง ๆ หรือไม่ ? แน่นอน พระเจ้าทรงอยู่ในที่เหล่านั้นด้วย พระเจ้าทรงอยู่ทุกที่ แต่สิ่งเหล่านั้นมิได้ทำให้พระเจ้าต้องเสื่อมลง พระเจ้าของเราไม่ได้ถูกจำกัดเฉพาะในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น แต่พระองค์ทรงอยู่ได้ทุก ๆ สถานที่

 

สัพพัญญู (omniscience)

ความหมาย คือ พระเจ้าทรงทราบทุกสิ่งทุกอย่าง ทั้งสิ้นที่เกิดแล้วและยังไม่เกิด เกิดจริงกับที่ไม่เกิดจริง ดังนั้น พระเจ้าไม่เคยค้นพบ ไม่เคยเพิ่งรู้ ไม่เคยประหลาดใจหรือตกใจ

แล้วทำไมเวลาอธิษฐาน เราจึงต้องรายงานพระเจ้า ? ทำไมเราจะต้องอธิษฐานมากมาย ? มีหลายคำอธิบายหลายอย่าง อาทิเช่น การอธิษฐานเป็นเพื่อที่เราจะได้สงบจิตใจของเรา สำรวจชีวิตของเราเอง ใคร่ครวญว่าชีวิตของเราเป็นอย่างไร นอกจากนี้ ยังเป็นโอกาสที่เราจะได้ฟังคำตักเตือน ไว้วางใจว่าพระเจ้าทรงรู้ทุกสิ่งในชีวิตเรา และสิ่งใดดีที่สุดในชีวิตเรา

 

ไม่จำกัด (infinity)

"24 พระเจ้าผู้ทรงสร้างโลกกับสิ่งทั้งปวงที่มีอยู่ในนั้น เป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าแห่งฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลก พระองค์ไม่ได้สถิตในวิหารที่มนุษย์สร้างขึ้น
25
พระองค์ไม่จำเป็นต้องให้มือมนุษย์มารับใช้ราวกับว่ามีความต้องการสิ่งหนึ่งสิ่งใด เพราะพระองค์ต่างหากที่ทรงเป็นผู้ประทานชีวิตและลมหายใจและสิ่งสารพัด แก่คนทั้งปวง
26
พระองค์ทรงสร้างมนุษย์ทุกชาติมาจากคนๆเดียวให้อยู่ทั่วพิภพโลก และทรงกำหนดเวลาและเขตแดนให้เขาทั้งหลายอยู่ด้วย
27
เพื่อพวกเขาจะได้แสวงหาพระเจ้าและมุ่งหวังจะค้นหาและพบพระองค์ ที่จริงพระองค์ไม่ทรงอยู่ห่างไกลจากเราทุกคนเลย
28
เพราะว่า 'เรามีชีวิต และไหวตัว และเป็นอยู่ในพระองค์' ตามที่กวีบางคนในพวกท่านกล่าวว่า 'แท้จริงเราเป็นเชื้อสายของพระองค์' " (กิจการ 17:24-28 ThaiTSV2002)

พระองค์ไม่ถูกจำกัดด้วยสิ่งที่มองเห็น หรือจักรวาล

มีหลายสิ่งที่จำกัด ปิดกั้นพระเจ้าองค์เที่ยงแท้ เพื่อให้เกิดการแสวงหา (เช่น รูปเคารพ เทพเจ้า) ซึ่งมีบางคน พออ่านพระคัมภีร์เกี่ยวกับรูปเคารพ ทำให้เขาคิดว่าเขาช่างโง่เสียจริง ที่ได้นับถือเคารพ ตามที่ได้เชื่อต่อ ๆ กันมาจากบรรพบุรุษ และแสวงหาพระเจ้าผู้เที่ยงแท้

"12 ช่างเหล็กก็ทำงาน อยู่เหนือก้อนถ่าน ใช้เครื่องมือของเขา และทุบมันด้วยแขนที่แข็งแรงของเขา เออเขาหิวและกำลังของเขาอ่อนลง เขาไม่ได้ดื่มน้ำเลย และอ่อนเปลี้ย
13 ช่างไม้ขึงเชือกวัด เขาเอาดินสอขีดไว้ เขาแต่งมันด้วยกบ และขีดไว้ด้วยวงเวียน เขาแต่งรูปนั้นให้เป็นรูปคนตามความงามของคนให้อยู่ในเรือน
14 เขาตัดต้นสนสีดาร์ลง หรือเขาเลือกต้นสนฉัตร หรือต้นก่อและปล่อยให้มันงอกขึ้น อย่างแข็งแรงท่ามกลางต้นไม้ในป่า เขาปลูกต้นเทพทาโรและฝนก็เลี้ยงมัน
15 แล้วมันก็กลายเป็นพืชของคน เขาเอามันมาส่วนหนึ่งและให้อบอุ่นตัวเขา เออ เขาก่อไฟและปิ้งขนมปัง และเขาเอามาทำพระองค์หนึ่งและนมัสการมันด้วย เออ เขาทำเป็นรูปแกะสลักและกราบรูปนั้น
16 เขาเผาในกองไฟครึ่งหนึ่ง บนครึ่งนี้เขาได้กินเนื้อ เขาย่างเนื้อและกินอิ่ม และเขาอบอุ่นตัวของเขาด้วย แล้วว่า “เอ้อเฮอ ข้าอุ่นจัง ข้าเห็นไฟแล้ว”
17 และที่เหลือนั้นเขาทำเป็นพระองค์หนึ่ง เป็นรูปเคารพของเขา และกราบลงนมัสการรูปนั้น และอธิษฐานต่อรูปนั้นและว่า “ขอทรงช่วยกู้ข้าพระองค์ เพราะพระองค์เป็นพระเจ้าของข้าพระองค์” (อิสยาห์
44:12-17 ThaiTSV1971)

นอกจากนี้ มีหลายสิ่งที่จำกัด ช่วยสื่อถึงพระเจ้าองค์เที่ยงแท้ที่ไม่จำกัดได้ดีขึ้น (สัญลักษณ์ต่าง ๆ เช่น ฟ้าสวรรค์ ไม้กางเขน น้ำมัน)

 

บริสุทธิ์ (Holiness)

"เพราะเราคือยาห์เวห์พระเจ้าของเจ้า จงชำระตัวให้บริสุทธิ์เพื่อเจ้าจะบริสุทธิ์ เพราะเราบริสุทธิ์(ลนต.19:2; 1 ปต.1:16) เจ้าอย่าทำตัวให้เป็นมลทินด้วยบรรดาสัตว์ที่เคลื่อนที่ติดพื้นดิน" (เลวีนิติ 11:44 ThaiTSV2006)

ความหมาย คือ แยกจากทุกอย่าง ไม่ปะปนเปื้อนสิ่งสกปรก หรือแม้แต่สิ่งสาธารณ์

เมื่อมองดูความบริสุทธิ่ของพระเจ้า ทำให้เรารู้ว่าเราเป็นคนบาปเช่นไร ทำให้เราเข้าใจความบาป

 

ทรงชอบธรรม (Righteousness)

"เพราะพระเจ้าทรงชอบธรรม จึงทรงรักกิจการที่ชอบธรรม คนเที่ยงตรงจะเห็นพระพักตร์ของพระเจ้าได้" (สดุดี 11:7 ThaiTSV1971)

 

ความรัก (Love)

"ผู้ที่ไม่รักก็ไม่รู้จักพระเจ้า เพราะว่าพระเจ้าทรงเป็นความรัก" (1 ยอห์น 4:8 ThaiTSV2002)

ความรักที่สมบูรณ์ของพระเจ้า ไม่ใช่การเห็นแก่ตัว ไม่ใช่การเอาใจ และความรักก็ไม่ใช่พระเจ้า

ความรักของพระองค์ เป็นการที่พระองค์นำสิ่งที่ดี่สุดให้ผู้ที่พระองค์ทรงรัก โดยสอดคล้องกับพระลักษณะของพระองค์ และความรักมีอยู่ภายในตรีเอกานุภาพ และระหว่างทั้ง 3 พระภาคนั้น

ความรักที่มนุษย์พูดถึง มักจะเป็นความรักที่เป็นอารมณ์ เราไม่สามารถรักโดยไม่ผ่านมิติของอารมณ์ได้

พระเจ้าทรงสร้างมนุษย์มาเพื่อให้มนุษย์รับรู้ความรักของพระองค์ หรือเป็นช่องทางที่พระองค์จะได้สำแดงความรักหรือไม่ ? คำตอบคือ ไม่ใช่ เพราะความรักของพระองค์ไม่จำกัด พระองค์ทรงสำแดงความรักแม้ว่าจะไม่มีมนุษย์อยู่ และพระองค์ทรงมีความรักกันในทั้งสามพระภาคอยู่แล้ว

โดยทั่วไป มนุษย์จะรักคนบางคน ด้วยเหตุผลบางประการ ซึ่งนำมาซึ่งมิติของอารมณ์ในที่สุด แต่ความรักของพระเจ้าทรงรักมนุษย์ ในขณะที่มนุษย์เป็นคนบาป นี่คือสิ่งที่มนุษย์ทำไม่ได้

พระเจ้ามิได้ทรงรักเฉพาะคนที่ตอบสนองความรักของพระองค์เท่านั้น แต่ทรงรักมนุษย์ทุกคน

ปัญหาของมนุษย์จากการเข้าใจความรักของพระเจ้าผิด มักเป็นจากการไม่สมดุลกับพระลักษณะด้านอื่น ๆ (เน้นความรักมากเกินไป)  ปัญหาที่พบบ่อย ได้แก่ ความไม่สมดุลระหว่างความรักและความยุติธรรมของพระเจ้า โดยให้ความสำคัญด้านความรัก จนไม่คำนึงถึงความยุติธรรมของพระเจ้า ignore ความบาป โดยอ้างถึงความรักของพระเจ้า

ค่าจ้างของความบาปคือความตาย ความบาปต้องมีการลงโทษ เพราะพระเจ้าทรงบริสุทธิ์ ดังนั้นเราจึงไม่สามารถใช้ความรักของพระเจ้าเป็นข้ออ้างในความบาปได้ ไม่สามารถอ้างว่าทำบาปมากขึ้น เพื่อได้รับพระคุณมากขึ้นได้

เพราะพระเจ้าทรงมีความยุติธรรม จึงมีนรก

เพราะพระเจ้าทรงมีความรัก จึงมีพระเยซูคริสต์

มีบางพวกที่เชื่อว่าไม่มีนรก โดยอ้างว่าพระเจ้าทรงประเสริฐเกินกว่าที่จะให้มีนรก แต่ความจริงแล้ว แม้ว่าพระองค์ทรงรักและเมตตา แต่พระองค์ก็ทรงตีสอน ต้องลงวินัย

 

ไม่เปลี่ยนแปลง (immutablity)

"เพราะว่าเราคือพระเจ้าไม่มีผันแปร โอ บุตรยาโคบเอ๋ย เจ้าทั้งหลายจึงไม่ถูกเผาผลาญหมด" (มาลาคี 3:6 ThaiTSV1971)

"ของประทานที่ดีและเลิศทุกอย่างนั้นมาจากเบื้องบน คือมาจากพระผู้สร้าง(ภาษากรีกแปลตรงตัวว่า จากบิดา) แห่งบรรดาดวงสว่าง ในพระองค์ไม่มีการแปรปรวนหรือเงาของการเปลี่ยนแปลง" (ยากอบ 1:17 ThaiTSV2002)

พระเจ้าทรงสม่ำเสมอกับพระลักษณะของพระองค์ และจะไม่เพิ่มขึ้น พัฒนา หรือเติบโต เพราะพระองค์ทรงสมบูรณ์อยู่แล้ว ซึ่งคำว่า perfect นี้ จริง ๆ แล้วไม่มีในโลกนี้ แต่เป็นลักษณะของพระองค์

ประเด็นเรื่อง "การกลับพระทัย" ใน ปฐมกาล 6:1-6 และ โยนาห์ 3:10 คำว่าเปลี่ยนพระทัยนั้นจะอธิบายถึงปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้น พระเจ้าทรงเห็นล่วงหน้าและเตรียมพร้อมสำหรับเสรีภาพของมนุษย์ในการเลือก พระเจ้าเตือนถ้าไม่กลับใจ พอกลับใจพระองค์ก็ไม่ลงโทษ คงพระลักษณะยุติธรรม และ เมตตา

 

ความจริง (Truth)

"พระเยซูตรัสกับเขาว่า 'เราเป็นทางนั้น เป็นความจริง และเป็นชีวิต ไม่มีใครมาถึงพระบิดาได้นอกจากจะมาทางเรา' " (ยอห์น 14:6 ThaiTSV2002)

ความหมายคือ ความสัตย์ซื่อ และสม่ำเสมอ ไม่มุสา ไม่หลอกลวง ไม่ล้มเหลว พระเจ้าไม่ทรงแกล้ง ไม่ล้อเล่น และจริงจัง ทำให้เราไว้ใจพระองค์ได้ทุกเรื่อง

แม้ว่าจะทรงจริงจัง แต่บางครั้งก็ทรงมีอารมณ์ขัน

ในโลกนี้ มีความจริง แต่หลายครั้งเราไม่สามารถแยกแยะได้ว่าจริงหรือไม่จริง จริงทั้งหมดหรือไม่ เพราะความจริงบางครั้งถูกบิดเบือน แต่พระเจ้าของเราทรงเป็นความจริง

 

สรุป

พระเจ้า = พระ + เจ้า

พระ (ศีลธรรม) เป็นสิ่งที่เทียงเคียงได้ พอที่จะสื่อสารเปรียบเทียบได้ เพราะมีในพระฉายาของพระองค์ ในมนุษย์ ได้แก่ ความบริสุทธิ์ ยุติธรรม ชอบธรรม ความจริง ประเสริฐ เมตตา พระคุณ ความรัก

เจ้า (ไม่เกี่ยวกับศีลธรรม) เป็นสิ่งที่เทียบเคียงไม่ได้ พอจะอธิบายได้ แต่ไม่สามารถเข้าใจได้ทั้งหมด อยู่นอกเหนือจากมิติที่จะสามารถเข้าใจได้ทั้งหมด (transcendent) พอเข้าใจได้บางอย่างจากพระคัมภีร์ ได้แก่ สากลสถิต สัพพัญญู ฤทธานุภาพสูงสุด ไม่เปลี่ยนแปลง เป็นวิญญาณ ดำรงอยู่เอง นิรันดร์กาล ยิ่งใหญ่ เอกภาพ

 

ศจ.ดร. รุ่ง เริงสันต์อาจิณ

BIT Delivery 2008 ครั้งที่ 2 คริสตจักรสะพานเหลือง

เรื่อง พระลักษณะของพระเจ้า

เมื่อวันที่ 18/09/2008

สรุปโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์

 

  • ถ้าท่านอ่านแล้ว มีความปรารถนาที่จะเปิดใจออก อธิษฐานทูลเชิญพระเยซูคริสต์เสด็จเข้ามาในชีวิตของท่าน และเป็นพระเจ้าของท่าน  กรุณาไปที่หน้า คำอธิษฐาน

  • ถ้าคุณอ่านแล้วสนใจ กรุณาติดต่อคริสตจักรใกล้บ้านท่านได้เลยครับ หรือถ้าหากต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม ก็ติดต่อโดยตรงได้ที่อีเมลของผมเลยครับ ton@followhissteps.com

FollowHisSteps.com

ได้รับการสนับสนุน Web Hosting จาก SPAComputer.com, ThaWang.com