การเจิม

FollowHisSteps.com
 

การเจิม
การอดอาหาร
นิมิต
พิธีบัพติสมา
พิธีมหาสนิท

(25/01/2008 Midnight Cell)

ปัจจุบันนี้ วงการคริสเตียนมีการใช้ศัพท์คำว่า "เจิม" กันอย่างแพร่หลาย  และคุ้นเคยจนติดปาก  ไม่ว่าจะเป็นการนำอธิษฐานในที่ประชุม  ผู้นำรายการนมัสการ  ผู้นำเพลง  การแต่งเพลง  การเทศนา  แม้แต่การอธิษฐานส่วนตัวของคริสเตียนเอง ก็มักจะขอการเจิมจากพระเจ้าอยู่เสมอ  และขอกันมากจนเป็นศัพท์ยอดนิยม  ขอทุกครั้งที่อธิษฐานด้วยซ้ำ

นักเทศน์เอง ก็นิยมการอธิษฐานเจิมหลังคำเทศนาของเขา  โดยพัฒนาจากเดิมที่เจิมเพื่อสามารถพูดภาษาแปลก ๆ ได้ จนเป็นการเจิมให้ล้ม  โดยให้ความหมายว่าเป็น "การรับเจิมโดยพระวิญญาณ"  เป็น "การสัมผัสโดยพระวิญญาณ"

เวลานี้  คริสเตียนส่วนใหญ่อาจเข้าใจว่า การเจิม คือ การเติมกำลัง หรือ เติมพระพร  หรือเติมพระวิญญาณในตัวเราให้มีมากขึ้น  ขอเยอะ ๆ จะได้มีเยอะ ๆ  น่าจะดีกับชีวิตคริสเตียน  จนบางคนเดินออกไปรับการเจิมทุกครั้ง ทุกอาจารย์ที่ได้เชิญชวน ก็มี 

จึงอยากทำความเข้าใจความหมายของการเจิมในพระคัมภีร์ว่าเป็นอย่างไร  เพื่อเราจะสามารถนำมาใช้ได้อย่างถูกต้อง  ไม่สับสนปนเป และเข้าใจคนละความหมาย ระหว่างการเจิมในพระคัมภีร์ กับ การเจิมที่ใช้กันในปัจจุบัน

 

การเจิมในพระคัมภีร์

มีความหมาย 2แง่  ได้แก่

1. การชำระล้าง

ในสมัยพระคัมภีร์เดิมนั้น มีการเจิม เพื่อใช้ในพิธีชำระล้าง  โดยผู้กระทำ คือ มหาปุโรหิต  ที่จะประกอบพิธีเจิมในแง่นี้

"20 แล้วท่านจงฆ่าแกะตัวนั้นเสีย เอาเลือดส่วนหนึ่งเจิมที่ปลายใบหูข้างขวาของอาโรน และที่ปลายใบหูข้างขวาของบุตรชายของเขาทุกคน และที่หัวแม่มือข้างขวา และที่หัวแม่เท้าข้างขวาของเขาบ้าง แล้วจงเอาเลือดที่เหลือพรมรอบๆแท่นบูชา
21 จงเอาเลือดส่วนหนึ่งที่อยู่บนแท่นและน้ำมันเจิมนั้น พรมอาโรนและเครื่องยศของเขา จงพรมบุตรชายทั้งหลายของเขา และเครื่องยศของบุตรชายเหล่านั้นด้วย อาโรนและเครื่องยศของเขาจะบริสุทธิ์ รวมทั้งบุตรของเขาและเครื่องยศของเขาด้วย" (อพยพ
29:20-21)

"จงนำโคผู้ตัวหนึ่งมาถวายทุกๆวัน เป็นเครื่องบูชาไถ่คนจากบาป เพื่อทำการลบมลทินและจงชำระแท่นบูชา ด้วยทำการลบมลทินของแท่นนั้น จงเจิมแท่นนั้นเพื่อจะชำระให้บริสุทธิ์" (อพยพ 29:36)

การเจิม ในพระธรรมยากอบก็เช่นเดียวกัน  ในแง่นี้ จะหมายถึงการชำระล้างเช่นเดียวกัน  ซึ่งในพระคัมภีร์ได้ให้เรากระทำเมื่อมีผู้ใดเจ็บป่วย และพระเจ้าก็จะทรงรักษาเขา

"มีผู้ใดในพวกท่านเจ็บป่วยหรือ จงให้ผู้นั้นเชิญบรรดาผู้ปกครองของคริสตจักรมา และให้ท่านเหล่านั้นอธิษฐานเพื่อเขา และเจิมเขาด้วยน้ำมันในพระนามขององค์พระผู้เป็นเจ้า" (ยากอบ 5:14)

2. การแต่งตั้ง

ปุโรหิต  เริ่มต้น พระเจ้าเป็นผู้ทรงแต่งตั้ง  โดยคนแรก คือ อาโรน  และคนรุ่นต่อ ๆ มา ก็จะได้รับการเจิมโดยปุโรหิตก่อนหน้านี้

ผู้เผยวจนะ และกษัตริย์ เอง ก็ได้รับการแต่งตั้งด้วยการเจิมเช่นกัน โดยผู้รับใช้ของพระเจ้า

จะสังเกตได้ว่า  เมื่อพระเจ้าทรงเจิมปุโรหิต หรือเมื่อกษัตริย์ หรือผู้เผยพระวจนะได้รับการเจิมแล้ว  ก็มีผลตลอดชั่วชีวิต  ยกเว้นเสียแต่จะได้รับการปลด  เช่น ซาอูล   การเจิมไม่จำเป็นต้องกระทำบ่อย ๆ หลาย ๆ ครั้ง

"ศัตรูของพระเจ้าจะแตกเป็นชิ้นๆ พระองค์จะทรงเอาฟ้าร้องในสวรรค์ต่อสู้เขา พระเจ้าจะทรงพิพากษาที่สุดปลายพิภพ พระองค์จะทรงประทานกำลังแก่พระราชาของพระองค์ และจะทรงเสริมอำนาจของผู้ที่พระองค์ทรงเจิมไว้" (1ซามูเอล 2:10)

"ซามูเอลก็เรียนซาอูลว่า 'พระเจ้าทรงใช้ให้ข้าพเจ้ามาเจิมท่านเป็นพระราชาเหนืออิสราเอลประชากรของพระองค์ เพราะฉะนั้น บัดนี้ขอท่านฟังเสียงพระวจนะของพระเจ้า' " (1ซามูเอล 15:1)

"จงเชิญเจสซีมาที่การถวายสัตวบูชานั้น แล้วเราจะสำแดงให้เจ้ารู้ว่าเจ้าควรจะกระทำประการใด เจ้าจงเจิมให้เราผู้ซึ่งเราจะบอกชื่อแก่เจ้า" (1ซามูเอล 16:3)

"และคนยูดาห์ก็พากันมาเจิมตั้งดาวิดไว้เป็นพระราชา เหนือพงศ์พันธุ์ยูดาห์ เมื่อมีคนมาทูลดาวิดว่า 'ชาวยาเบชกิเลอาดเป็นผู้ที่ฝังพระศพ ซาอูลไว้' " (2ซามูเอล 2:4)

"แล้วศาโดกปุโรหิตได้นำเขาสัตว์ที่บรรจุน้ำมันมาจากเต็นท์ของพระเจ้า และเจิมตั้งซาโลมอนไว้ และเขาทั้งหลายก็เป่าเขาสัตว์ และประชาชนทั้งปวงกล่าวว่า 'ขอพระราชาซาโลมอน ทรงพระเจริญ' " (1พงษ์กษัตริย์ 1:39)

"และเราจะให้ปุโรหิตผู้ซื่อสัตย์ของเราเกิดขึ้นมา ซึ่งจะกระทำตามสิ่งที่มีอยู่ในจิตในใจของเรา และเราจะสร้างพงศ์พันธุ์มั่นคงให้เขา และเขาจะดำเนินอยู่ต่อหน้าผู้ที่เราเจิมไว้เป็นนิตย์" (1ซามูเอล 2:35)

"และเยฮูบุตรนิมซีนั้น เจ้าจงเจิมให้เป็นกษัตริย์เหนืออิสราเอล และเอลีชาบุตรชาฟัทชาวอาเบลเมโฮลาห์ เจ้าจงเจิมตั้งไว้ให้เป็นผู้เผยพระวจนะแทนเจ้า" (1พงษ์กษัตริย์ 19:16)

"จงแต่งอาโรนพี่ชายของเจ้าและบุตรเขาด้วยเครื่องยศ แล้วเจิมและสถาปนา และชำระเขาให้บริสุทธิ์ เพื่อให้เขาเป็นปุโรหิตปรนนิบัติเรา" (อพยพ 28:41)

"เครื่องยศของอาโรนจะเป็นของบุตรชายของเขาต่อๆไป ให้เขาสวมเมื่อเขารับการเจิม และได้รับการสถาปนาไว้ในตำแหน่ง" (อพยพ 29:29)

"จงเจิมเขาเช่นเจิมบิดาของเขา เพื่อเขาจะเป็นปุโรหิตปรนนิบัติเรา การเจิมนั้นจะเป็นการเจิมแต่งตั้ง เขาไว้เป็นปุโรหิตเนืองนิตย์ตลอดชั่วชาติพันธุ์ของเขา" (อพยพ 40:15)

"พระองค์จึงตรัสถามเขาว่า 'ฝ่ายพวกท่านเล่าว่าเราเป็นใคร' เปโตรทูลตอบว่า 'พระองค์ทรงเป็นพระคริสต์(หมายความว่า ผู้ที่รับการทรงเจิมไว้)' " (มาระโก 8:29)

"พระวิญญาณแห่งพระเป็นเจ้าทรงอยู่เหนือข้าพเจ้า เพราะว่าพระองค์ได้ทรงเจิมตั้งข้าพเจ้าไว้ เพื่อนำข่าวดีมายังคนยากจน พระองค์ได้ทรงใช้ข้าพเจ้าให้ร้องประกาศอิสรภาพแก่บรรดาเชลย ให้ประกาศแก่คนตาบอดว่าจะได้เห็นอีก ให้ปล่อยผู้ถูกบีบบังคับเป็นอิสระ" (ลูกา 4:18)

"คือเรื่องพระเยซูชาวนาซาเร็ธ ว่าพระเจ้าได้ทรงเจิมพระองค์ด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ และด้วยฤทธานุภาพอย่างไร และพระเยซูเสด็จไปกระทำคุณประโยชน์ และรักษาบรรดาคนซึ่งถูกมารเบียดเบียน เพราะว่าพระเจ้าทรงสถิตกับพระองค์" (กิจการ 10:38)

"พระองค์ทรงสั่งให้เราทั้งหลายประกาศแก่คนทั้งปวง และเป็นพยานว่า พระเจ้าได้ทรงตั้งพระองค์ไว้เป็นผู้พิพากษาทั้งคนเป็นและคนตาย" (กิจการ 10:42)

"คนทั้งเจ็ดนี้เขาให้มายืนต่อหน้าพวกอัครทูต แล้วพวกอัครทูตก็อธิษฐานและวางมือบนเขา" (กิจการ 6:6)

"2 เมื่อคนเหล่านั้นกำลังนมัสการองค์พระผู้เป็นเจ้าและถืออดอาหาร พระวิญญาณบริสุทธิ์ได้ตรัสสั่งว่า 'จงตั้งบารนาบัสกับเซาโลไว้สำหรับการซึ่งเราเรียกให้เขาทำนั้น'
3
เมื่อถืออดอาหารอธิษฐาน และวางมือบนบารนาบัสกับเซาโลแล้ว เขาก็ใช้ท่านไป" (กิจการ 13:2-3)

 

การเจิมในยุคปัจจุบัน

เมื่อเปรียบเทียบกับสมัยนี้  เราจึงไม่จำเป็นจะต้องได้รับการเจิมบ่อย ๆ  เช่นเดียวกัน เพราะว่า พระโลหิตของพระเยซูคริสต์นั้น ได้ชำระล้างเราให้สะอาดเรียบร้อยแล้ว  มีผลเรียบร้อยแล้วเมื่อเรากลับใจ   นอกจากนี้ เราก็ยังได้รับการแต่งตั้งเป็นปุโรหิตหลวง แต่งตั้งให้เป็นบุตรของพระเจ้าเรียบร้อยแล้วเช่นเดียวกัน

การที่จะรับการเจิมอีกครั้ง ก็จะใช้อีกที เมื่อมีการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งบางอย่าง  เช่น  การแต่งตั้งเป็นมัคนายก ผู้ปกครอง มิชชันนารี เป็นผู้สอน  ซึ่งสิ่งเหล่านี้ คริสตจักรก็มีสิทธิอำนาจในการทำการเจิม

แต่ปัจจุบัน  พบว่า จะมีการเรียกรับการเจิมบ่อยครั้งมาก  อาจจะเรียกให้รับการเจิมเพื่อเพิ่มกำลัง เพิ่มเรี่ยวแรง เพิ่มฤทธิ์เดชมากขึ้น  ซึ่งจะไม่พบลักษณะการเจิมเช่นนี้ในพระคัมภีร์  และพระคัมภีร์เอง ก็ได้มีการเตือนไว้เช่นเดียวกัน

"อย่าด่วนเอามือวางเจิมผู้ใด และอย่ามีส่วนร่วมในการกระทำบาปเลย จงรักษาตัวให้บริสุทธิ์" (1ทิโมธี 5:22)

ในสมัยนั้น  ท่านทิโมธีได้รับการแต่งตั้ง หรือ ได้รับการเจิมจากอาจารย์เปาโล ให้เป็นผู้รับใช้  และอาจารย์เปาโลก็ได้เตือนท่านทิโมธีเช่นเดียวกัน  ให้ทำความรู้จัก และพิจารณาให้ดีว่า คนที่จะได้รับการเจิมนั้นเป็นเช่นไร  ก่อนที่จะทำการเจิมให้แก่เขา  เพราะแต่งตั้งโดยการเจิมนั้น เป็นสิทธิอำนาจที่ผู้รับใช้ได้รับจากพระเจ้า เป็นผู้ที่กระทำแทนพระเจ้า จึงต้องระมัดระวังให้ดี

การเจิมนั้น ได้มาจากพระเจ้า  และเกิดขึ้นเรียบร้อยแล้วโดยพระเจ้า เมื่อเราได้เชื่อในพระองค์

"และท่านทั้งหลายได้รับการทรงเจิมจากพระองค์ผู้บริสุทธิ์แล้ว และท่านทุกคนก็มีความรู้" (1ยอห์น 2:20)

"และฝ่ายท่านทั้งหลาย การเจิมซึ่งท่านทั้งหลายได้รับจากพระองค์นั้นดำรงอยู่กับท่าน และไม่จำเป็นต้องมีใครสอนท่านทั้งหลาย เพราะว่าการเจิมนั้นได้สอนท่านให้รู้ทุกสิ่ง และเป็นความจริง และไม่ใช่ความเท็จ การเจิมนั้นสอนท่านทั้งหลายแล้วอย่างใด ท่านจงตั้งมั่นคงอยู่กับพระองค์อย่างนั้น" (1ยอห์น 2:27)

"21 ผู้ซึ่งทรงตั้งเรากับท่านทั้งหลายไว้ในพระคริสต์ และได้ทรงเจิมเราไว้นั้นก็คือพระเจ้า
22 และพระองค์ทรงประทับตราเรา และประทานพระวิญญาณไว้ในใจของเราเป็นมัดจำด้วย" (2โครินธ์ 1:21-22)

เมื่อได้รับการเจิมโดยพระเจ้า พระวิญญาณบริสุทธิ์แล้ว  สิ่งที่เราจะต้องกระทำต่อไป  คือ การที่จะเรียนรู้สิ่งที่พระองค์ทรงตรัสสอน และปฏิบัติตามคำสอนเหล่านั้น

ดังนั้น  เราในฐานะคริสเตียน จะต้องระมัดระวังให้ดีในการใช้คำคำนี้  เราจะต้องแยกแยะให้ดีว่า  การเจิมที่เราได้รับนั้น  เป็นการเจิมโดยอาจารย์ที่ทำการเจิม  หรือเป็นมาจากพระเจ้า  อาทิเช่น  การที่เราได้รับการเจิมโดยพระเจ้านั้น  จะเป็นการเจิมที่มีผลตลอดไป  แต่ตัวอย่างในปัจจุบัน จะเห็นได้บ่อยมาก  ที่มีการเจิมแต่งตั้งให้ทำงาน หรือปฏิบัติหน้าที่บางอย่าง  แต่เมื่อได้รับการเจิมแล้ว บางคนกลับเลิกที่จะทำหน้าที่นั้น  หรือบางคนอาจจะพบว่าไม่มีความถนัดในด้านนั้นเลย  ซึ่งเมื่อพิจารณาดูแล้ว ถ้าเป็นการเจิมโดยพระเจ้า พระองค์ทรงทราบ และรู้จักผู้ที่พระองค์ทรงเจิมอย่างแน่นอน  จึงเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะไม่ถนัด หรือจะเลิกทำในที่สุด

 

อ.ประดิษฐ์ พรกีรติกุล

คำแบ่งปัน Midnight Cell เมื่อวันที่ 25/01/2008

เรื่อง การเจิม

สรุปโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์

 

  • ถ้าท่านอ่านแล้ว มีความปรารถนาที่จะเปิดใจออก อธิษฐานทูลเชิญพระเยซูคริสต์เสด็จเข้ามาในชีวิตของท่าน และเป็นพระเจ้าของท่าน  กรุณาไปที่หน้า คำอธิษฐาน

  • ถ้าคุณอ่านแล้วสนใจ กรุณาติดต่อคริสตจักรใกล้บ้านท่านได้เลยครับ หรือถ้าหากต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม ก็ติดต่อโดยตรงได้ที่อีเมลของผมเลยครับ ton@followhissteps.com

 

FollowHisSteps.com

ได้รับการสนับสนุน Web Hosting จาก SPAComputer.com, ThaWang.com