Followhissteps.com

รู้จัก "พระเยซู" แหล่งของชีวิตที่ครบบริบูรณ์

พระเยซูเป็นประตู:
ยอห์น 10:1-10

ใน ยอห์น 10:1-10 มีการกล่าวถึงว่า พระเยซูเป็นประตู ซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ส่วน

  • ข้อ 1-6 พระเยซูบอกกับผู้รับใช้ หรือผู้นำในคริสตจักร
  • ข้อ 7-10 พระเยซูบอกกับลูกแกะ

แม้ว่าพระองค์จะเป็นประตูเหมือนกัน แต่ความหมายในพระคัมภีร์ทั้งสองตอนนี้แตกต่างกัน

 

พระเยซูเป็นประตูสำหรับผู้นำในคริสตจักร

1 "เราบอกความจริงกับพวกท่านว่า คนที่ไม่ได้เข้าไปในคอกแกะทางประตู แต่ปีนเข้าไปทางอื่นนั้นเป็นขโมยและโจร
2 แต่คนที่เข้าทางประตูก็เป็นผู้เลี้ยงแกะ
3 คนเฝ้าประตูจึงเปิดประตูให้คนนั้น แกะย่อมฟังเสียงของท่าน ท่านเรียกชื่อแกะของท่าน และนำออกไป
4 เมื่อท่านต้อนแกะของท่านออกไปหมดแล้วก็เดินนำหน้า และแกะก็ตามไปเพราะรู้จักเสียงของท่าน
5 ส่วนคนอื่นแกะจะไม่ตามเลย แต่จะหนีจากเขา เพราะไม่รู้จักเสียงของคนอื่น"
6 เรื่องเปรียบนี้พระเยซูตรัสกับพวกเขา แต่เขาเหล่านั้นไม่เข้าใจความหมายของพระดำรัสที่พระองค์ตรัสกับเขาเลย
(ยอห์น 10:1-6)

ขโมยและโจรไม่เหมือนกัน ขโมยมาแบบแอบๆ แต่โจรจะเข้ามาทำร้ายลูกแกะอย่างเปิดเผย

ความหมายของขโมย คือ คนที่มาสอดแทรกคำสอนที่ผิดเพี้ยนให้กับคริสตจักร และคอยยุแหย่ให้เกิดการแตกแยก

พระเยซูเป็นประตูสำหรับให้คนเข้าไป ผู้รับใช้ที่แท้จะต้องเข้าทางพระองค์ นั่นคือ ต้องเชื่อฟังและยอมจำนนต่อพระองค์

ถ้าผู้รับใช้คนใดไม่เชื่อฟังและยอมจำนนต่อพระเยซู แต่กลับปีนรั้วเข้าไป เขาก็เป็นขโมยหรือโจร เขาไม่ควรเป็นผู้นำของคริสตจักรเลย เพราะเขามีแต่จะทำลายคริสตจักร

การเข้ามายังลูกแกะของพระเจ้าในรูปของขโมยหรือโจร มีมาตั้งแต่ในสมัยพันธสัญญาเดิม

10 ยามของเขาตาบอด เขาทุกคนไร้ความรู้ เขาทุกคนเป็นสุนัขใบ้ ไม่สามารถเห่า ได้แต่ฝัน ได้แต่นอน รักแต่จะหลับ
11 พวกสุนัขหิวจัด ไม่เคยรู้จักอิ่ม พวกเขาคือผู้เลี้ยงแกะที่ไม่มีความเข้าใจ เขาทุกคนหันไปตามทางเขาเอง แต่ละคนล้วนหากำไรให้ตัวเองโดยไม่มีใครยกเว้น
12 "มาเถิด ให้ข้าเอาเหล้าองุ่นมา ให้พวกเราดื่มเมรัยเต็มที่ และพรุ่งนี้ก็จะเหมือนวันนี้ จะใหญ่โตและมากมายยิ่งกว่าอีก"
(อิสยาห์ 56:10-12)
2 "บุตรมนุษย์เอ๋ย จงเผยพระวจนะกล่าวโทษพวกผู้เลี้ยงแกะของอิสราเอล จงเผยพระวจนะ จงกล่าวกับพวกเขา คือพวกผู้เลี้ยงแกะว่า พระยาห์เวห์องค์เจ้านายตรัสดังนี้ว่า วิบัติแก่พวกผู้เลี้ยงแกะของอิสราเอลที่เลี้ยงแต่ตัวเอง ผู้เลี้ยงแกะย่อมเลี้ยงฝูงแกะไม่ใช่หรือ?
5 ดังนั้นพวกมันจึงกระจัดกระจายไปหมด เพราะไม่มีผู้เลี้ยง และเมื่อกระจัดกระจายไป พวกมันก็ไปเป็นอาหารของสัตว์ป่าทั้งหมด
(เอเสเคียล 34:2, 5)

หลังจากพระเยซูกลับขึ้นสวรรค์และคริสตจักรถูกตั้งขึ้นแล้ว จนกระทั่งถึงปัจจุบัน ก็ยังมีโจรหรือขโมยเข้ามาอีก คนเหล่านี้ไม่ทำหน้าที่ในการเลี้ยงลูกแกะ แต่กลับทำร้ายลูกแกะเหล่านั้น

29 ข้าพเจ้าทราบอยู่แล้วว่า เมื่อข้าพเจ้าไปแล้วจะมีพวกสุนัขป่าที่ดุร้ายเข้ามาในหมู่พวกท่าน และจะไม่ละเว้นฝูงแกะไว้เลย
30 และจะมีบางคนในหมู่พวกท่านออกมาบิดเบือนความจริง เพื่อชักชวนสาวกให้หลงตามพวกเขาไป
(กิจการ 20:29-30)
เพราะว่าพวกเขาไม่ได้รับใช้พระคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา แต่รับใช้ปากท้องของตัวเอง และได้ล่อลวงคนซื่อให้หลงด้วยคำไพเราะอ่อนหวาน
(โรม 16:18)
3 และพวกสอนเท็จจะหาผลประโยชน์จากท่านทั้งหลายด้วยนิยายที่แต่งขึ้นโดยใจโลภ การลงโทษคนเหล่านั้นที่ได้ประกาศไว้นานมาแล้วจะไม่เนิ่นช้า และความพินาศที่จะเกิดกับพวกเขาก็จะไม่นิ่งเฉย
14 ดวงตาของพวกเขามีแววที่เปี่ยมด้วยความใคร่ในการล่วงประเวณี ไม่สิ้นความกระหายในบาป พวกเขาล่อลวงคนที่ใจไม่มั่นคง ใจของพวกเขาชินกับความโลภ เขาเหล่านั้นเป็นพงศ์พันธุ์ที่ต้องคำสาป
(2 เปโตร 2:3,14)

คำว่า “ล่อลวง” ในโรม 16:18 อาจแปลว่า “ยุแหย่ นำให้เกิดการแตกแยก นำให้หลงไป”

ขอพระเจ้าช่วยให้ตาของเราสว่างขึ้น

ในประเทศจีน มีคริสเตียนที่รักพระเจ้าและหิวกระหายหาพระเจ้ามากมาย เขาจำเป็นต้องนมัสการในคริสตจักรใต้ดิน เพื่อที่จะได้รับคำสอนตามพระคัมภีร์อย่างถูกต้อง เพราะถ้าเขาไปร่วมคริสตจักรที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย คริสตจักรเหล่านั้นจะไม่สามารถสอนอะไรนอกเหนือไปจากที่รัฐบาลกำหนดไว้ได้เลย

ผู้เลี้ยงแกะที่ดีต้องเข้าทางประตูเท่านั้น เพราะถ้าประตูนั้นไม่เปิดให้แก่เขา เขาก็จะไม่มีพระวิญญาณที่จะสัมผัสชีวิตของลูกแกะได้

ดังนั้น ผู้เลี้ยงและผู้นำคริสตจักรจำเป็นต้องถ่อมตัวลง เชื่อฟังและยอมจำนนต่อพระเยซู เพราะลูกแกะที่หิวกระหายหาพระเจ้าจะรับผู้เลี้ยงแกะที่ไม่มีพระวจนะและพระวิญญาณไม่ได้เลย ลูกแกะจะไม่ฟังเสียงของเขา

 

ในข้อที่ 2-3 ได้บอกให้เราได้รู้ถึงลักษณะของผู้เลี้ยงแกะที่ดี

2 แต่คนที่เข้าทางประตูก็เป็นผู้เลี้ยงแกะ
3 คนเฝ้าประตูจึงเปิดประตูให้คนนั้น แกะย่อมฟังเสียงของท่าน ท่านเรียกชื่อแกะของท่าน และนำออกไป (ยอห์น 10:2-3)

ผู้ที่เฝ้าประตู คือ พระวิญญาณ และผู้เลี้ยงแกะที่ดี จะมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

  1. เข้าทางประตู
  2. ผู้เฝ้าประตูเปิดประตูให้
  3. แกะฟังเสียงของเขา
  4. รู้จักแกะของเขาดี
  5. นำแกะออกไปรับใช้

 

แต่บัดนี้ ยาโคบเอ๋ย พระยาห์เวห์ผู้ทรงสร้างท่าน อิสราเอลเอ๋ย พระองค์ผู้ทรงปั้นท่านตรัสดังนี้ว่า "อย่ากลัวเลย เพราะเราได้ไถ่เจ้าแล้ว เราได้เรียกเจ้าตามชื่อ เจ้าเป็นของเรา"
(อิสยาห์ 43:1)
เราจะให้ทรัพย์สมบัติในที่มืดแก่เจ้า และให้ขุมทรัพย์ในที่ลี้ลับ เพื่อเจ้าจะรู้ว่าเราคือยาห์เวห์ พระเจ้าของอิสราเอล ผู้เรียกเจ้าตามชื่อของเจ้า
(อิสยาห์ 45:3)
โอ แผ่นดินชายทะเล จงฟังข้าพเจ้า ชนชาติทั้งหลายที่อยู่ไกล จงตั้งใจฟัง พระยาห์เวห์ทรงเรียกข้าพเจ้าตั้งแต่ในครรภ์ พระองค์ทรงตั้งชื่อข้าพเจ้าตั้งแต่อยู่ในท้องมารดาข้าพเจ้า
(อิสยาห์ 49:1)

พระเจ้ารู้จักเราตั้งแต่ก่อนที่เราจะเกิด พระเยซูรู้จักเราดี

"เรารู้จักความประพฤติของเจ้า นี่แน่ะ เราจัดวางประตูที่เปิดไว้ตรงหน้าพวกเจ้า ประตูนี้ไม่มีใครสามารถปิดได้ เรารู้ว่าเจ้ามีกำลังเพียงเล็กน้อย แต่กระนั้นเจ้าก็ถือรักษาคำของเรา และไม่ได้ปฏิเสธนามของเรา”
(วิวรณ์ 3:8)
แต่ถ้าใครรักพระเจ้า พระเจ้าก็ทรงรู้จักผู้นั้น
(1 โครินธ์ 8:3)
แต่บัดนี้ เมื่อพวกท่านรู้จักพระเจ้าแล้ว หรือที่ถูกก็คือ พระเจ้าทรงรู้จักพวกท่านแล้ว ทำไมท่านทั้งหลายจึงกลับไปหาภูตผีที่ครอบงำของจักรวาลซึ่งอ่อนแอและอเนจอนาถ และอยากจะเป็นทาสของสิ่งเหล่านั้นอีก?
(กาลาเทีย 4:9)

เมื่อพระเจ้ารู้จักเรา และเรารู้จักพระเจ้าแล้ว อย่าหลงไปกับเนื้อหนัง อย่าพูดในสิ่งที่ไม่ควรพูด และอย่าทำในสิ่งที่ไม่ควรทำ

 

เมื่อท่านต้อนแกะของท่านออกไปหมดแล้วก็เดินนำหน้า และแกะก็ตามไปเพราะรู้จักเสียงของท่าน (ยอห์น 10:4)

ผู้เลี้ยงที่ดีจะต้องนำลูกแกะให้พบกับพระเยซู

6 อย่ามองค่อนขอดดิฉัน เพราะดิฉันผิวคล้ำ เนื่องด้วยแสงแดดแผดเผาดิฉัน พวกพี่ชายร่วมมารดาของดิฉันได้ขึ้งโกรธดิฉัน เขาทั้งหลายใช้ดิฉันให้เป็นคนดูแลสวนองุ่น แต่สวนของดิฉันเอง ดิฉันไม่ได้ดูแล
7 อ้อ เธอผู้ที่ดิฉันรัก ขอบอกดิฉันว่า เธอเลี้ยงฝูงสัตว์อยู่ที่ไหน? ในเวลาเที่ยงวัน เธอให้มันนอนพักที่ไหน? ทำไมดิฉันต้องเป็นเหมือนคนที่เอาผ้าคลุมหน้า ไปตามฝูงสัตว์ของพวกเพื่อนเธอ?
8 โอ แม่งามเลิศเหนือหญิงทั้งหลาย ถ้าเธอไม่รู้ จงเดินไปตามรอยเท้าฝูงแพะแกะ แล้วจงเลี้ยงลูกแพะแกะของเธอไว้ ที่ข้างเต็นท์ของผู้เลี้ยงแกะเถิด
(เพลงซาโลมอน 1:6-8)

จากคำกล่าวของหญิงสาว ในเพลงซาโลมอนนี้ เหมือนคำกล่าวที่ว่า “แม้เราจะตัวดำ แม้เราจะเป็นคนชั่ว แต่อย่าดูถูก เพราะว่าเราได้กลับใจใหม่แล้ว เราได้เกิดใหม่แล้ว ดังนั้นเราได้เป็นที่รักของพระเจ้าแล้ว”

เราทุกคนเป็นพี่น้องกัน เราเกิดมาจากท้องเดียวกัน แม่ของเราก็คือพระวิญญาณ เพราะเราทุกคนเกิดใหม่โดยการนำของพระวิญญาณ

เราคริสเตียน ไม่ว่าจะเป็นคริสเตียนมานานเพียงไร ได้รับการเรียกให้ไปทำงาน นั่นคือดูแลสวนองุ่น ซึ่งเป็นภาพของจิตวิญญาณ

ถ้าเรามัวแต่ทำงานเพื่อเอาหน้า มัวแต่ดูแลจิตวิญญาณของคนอื่น แต่ไม่ยอมดูแลจิตวิญญาณของตัวเอง ปล่อยให้มีหญ้าขึ้นรก เมื่อเราไม่ได้รับคำชม แต่กลับได้รับคำติ ถูกปฏิบัติเหมือนกับคนแปลกหน้าที่มีผ้าคลุมหน้าเอาไว้ ก็อาจเกิดความน้อยอกน้อยใจ และร้องหาพระเยซูผู้เป็นที่รัก ว่าพระองค์อยู่ที่ไหน

คำแนะนำของพระเยซู คือ ให้เรา “ตามรอยเท้าของฝูงแกะ”

ถ้าเราอยากหาพระเยซู เราจะต้องไปตามรอยเท้าของฝูงแกะ นั่นคือเราจะต้องไปยังคริสตจักรของพระองค์

ถ้าเราบอกว่าเราเชื่อวางใจพระเยซู เราจะอยู่อย่างโดดเดี่ยวไม่ได้ เพราะถ้าเราทำเช่นนั้น เราจะไม่มีทางได้พบกับพระเยซู

หลายคนอาจคิดว่าเรียนพระคัมภีร์เองได้ แต่ที่นั่นเขาจะพบพระองค์ได้ยากมาก เพราะถ้าอยากพบพระองค์ เขาจะต้องเดินตามรอยเท้าของฝูงแพะแกะของพระองค์ไป นั่นคือเขาจะต้องอยู่ในคริสตจักรเพื่อรับการหล่อหลอมขัดเกลาด้วยการกำจัดนิสัยดื้อรั้นของแพะไป เมื่อเรามีสภาพของแกะที่เชื่อฟังแล้ว เราก็จะได้พบกับพระเยซู

ไม่ว่าในคริสตจักรจะมีความยุ่งเหยิงวุ่นวายมากเพียงไร เราจำเป็นต้องติดตามฝูงแกะของพระองค์ไป เราจะต้องรักพี่น้อง และรับการขัดเกลาจากพี่น้อง เพื่อที่เราจะได้พบกับพระเยซู และผู้เลี้ยงที่ดีจะต้องนำฝูงแกะนั้นไปหาพระเยซู

ดาวิดฆ่าโกลิอัทได้ด้วยก้อนหิน เขาใช้ก้อนหิน 5 ก้อน ซึ่งได้รับการกัดเซาะโดยน้ำในแม่น้ำ และก้อนหินนั้นก็สามารถใช้งานได้

เมื่อเราอยู่ในคริสตจักร เราจะได้รับการหล่อหลอมเช่นเดียวกับหินก้อนนั้น แล้วเราจะเป็นคนที่พระเจ้าใช้การได้

พระเยซูจึงตรัสกับบรรดาสาวกของพระองค์ว่า "ถ้าใครต้องการจะติดตามเรา ให้คนนั้นปฏิเสธตนเอง รับกางเขนของตนแบกและตามเรามา”
(มัทธิว 16:24)
ถ้าใครจะปรนนิบัติเรา คนนั้นต้องตามเรามา และเราอยู่ที่ไหน ผู้ปรนนิบัติของเราจะอยู่ที่นั่นด้วย ถ้าใครปรนนิบัติเรา พระบิดาจะประทานเกียรติแก่ผู้นั้น
(ยอห์น 12:26)
คนที่มาจากพระเจ้าก็ย่อมฟังพระดำรัสของพระเจ้า พวกท่านไม่ได้มาจากพระเจ้า เพราะเหตุนี้พวกท่านจึงไม่ฟัง
(มัทธิว 8:47)

 

พระเยซูเป็นประตูสำหรับลูกแกะ

7 พระเยซูจึงตรัสกับพวกเขาอีกว่า "เราบอกความจริงกับท่านว่า เราเป็นประตูของแกะทั้งหลาย
8 ทุกคนที่มาก่อนเรานั้นเป็นขโมยและโจร แต่ฝูงแกะไม่ได้ฟังพวกเขา
9 เราเป็นประตู ถ้าใครเข้าไปทางเรา คนนั้นจะรอด เขาจะเข้าออกแล้วก็จะพบอาหาร
10 ขโมยนั้นย่อมมาเพื่อจะลัก ฆ่า และทำลาย เรามาเพื่อพวกเขาจะได้ชีวิตและจะได้อย่างครบบริบูรณ์
(ยอห์น 10:7-10)

คนของพระเจ้าได้รับการเปรียบว่าเป็นแกะ

1 แผ่นดินโลกทั้งสิ้นเอ๋ย จงโห่ร้องด้วยความชื่นบานถวายแด่พระยาห์เวห์
2 จงปรนนิบัติพระยาห์เวห์ด้วยความยินดี จงเข้ามาอยู่เฉพาะพระพักตร์พระองค์ด้วยการร้องเพลง
3 จงรู้เถิดว่า พระยาห์เวห์ทรงเป็นพระเจ้า คือพระองค์เองที่ทรงสร้างเราทั้งหลาย และเราก็เป็นของพระองค์ เราเป็นประชากรของพระองค์ เป็นแกะแห่งทุ่งหญ้าของพระองค์
4 จงเข้าประตูของพระองค์ด้วยการขอบพระคุณ และเข้าบริเวณพระนิเวศของพระองค์ด้วยการสรรเสริญ จงขอบพระคุณพระองค์ จงถวายสาธุการแด่พระนามของพระองค์
5 เพราะพระยาห์เวห์ประเสริฐ ความรักมั่นคงของพระองค์ดำรงเป็นนิตย์ และความซื่อสัตย์ของพระองค์ดำรงอยู่ทุกชั่วชาติพันธุ์
(สดุดี 100:1-5)

จากพระธรรมสดุดีตอนนี้ เราจะเห็นคนอยู่สองกลุ่ม ได้แก่ ประชากรของพระเจ้า แกะแห่งทุ่งหญ้าของพระองค์ ผู้ที่เป็นประชากรของพระเจ้าจะเข้าพระนิเวศของพระองค์ แต่ลูกแกะจะเข้าประตูของพระองค์

ในพระคัมภีร์ แกะของพระเจ้ามี 2 ฝูง คือ อิสราเอล และคนต่างชาติ แกะทั้งสองฝูง แม้จะมีลักษณะแตกต่างกัน แต่มีสภาพเป็นลูกแกะเหมือนกัน และมีผู้เลี้ยงผู้เดียวกัน

ก่อนพระเยซูก่อตั้งคริสตจักร โครงการของพระเจ้าก็คือตั้งอาณาจักรสวรรค์ในชนชาติอิสราเอล แต่โครงการนี้ไม่สำเร็จ พระเจ้าจึงเปลี่ยนเป็นสร้างคริสตจักรแทน

 

ยอห์น 10 บอกเราว่า พระเยซูเป็นผู้เลี้ยง ที่ยืนอยู่ที่ประตู เพื่อคอยนับลูกแกะ ปกป้องลูกแกะจากสัตว์ร้าย และคอยตามหาลูกแกะเมื่อมันหายไป

ประตูนี้คือร่างกายของพระองค์เอง ที่จะต้องฉีกขาดออก นั่นคือตายบนไม้กางเขน เพื่อเป็นหนทางนำมนุษย์สู่สวรรค์ และลูกแกะของพระองค์จะต้องเข้าออกทางประตูนี้เท่านั้น

19 เพราะฉะนั้น พี่น้องทั้งหลาย เมื่อเรามีใจกล้าที่จะเข้าไปในสถานศักดิ์สิทธิ์โดยพระโลหิตของพระเยซู
20 ตามทางใหม่และเป็นทางที่มีชีวิต ซึ่งพระองค์ทรงเปิดให้เราผ่านเข้าไปทางม่านนั้น คือทางพระกายของพระองค์
(ฮีบรู 10.19-20)
1 เพราะฉะนั้น เมื่อเราถูกชำระให้ชอบธรรมโดยความเชื่อแล้ว เราจึงอยู่อย่างสงบสุขเฉพาะพระพักตร์พระเจ้าทางพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา
2 โดยทางพระองค์เราจึงเข้ามายืนอยู่ในร่มพระคุณนี้ และเราชื่นชมยินดีในความหวังว่าจะได้มีส่วนในพระสิริของพระเจ้า
(โรม 5:1-2)

 

เราเป็นประตู ถ้าใครเข้าไปทางเรา คนนั้นจะรอด เขาจะเข้าออกแล้วก็จะพบอาหาร
(ยอห์น 10:9)

พระธรรมข้อนี้ บอกถึงพระพรของลูกแกะที่เข้าทางพระเยซู ซึ่งได้แก่

  1. ได้รับความรอดจากแดนคนตายและบึงไฟนรก เพื่อเราจะได้ทำการดี
  2. ได้รับเสรีภาพ เข้าออกได้สบาย พ้นจากอำนาจของผีมารซาตาน
  3. ได้อิ่มเอิบด้วยอาหารแห่งชีวิต

 

ขโมยนั้นย่อมมาเพื่อจะลัก ฆ่า และทำลาย เรามาเพื่อพวกเขาจะได้ชีวิตและจะได้อย่างครบบริบูรณ์
(ยอห์น 10:10)

มารมาเพื่อทำร้ายคริสตจักร ผ่านทางผู้นำที่ไม่ได้เข้าทางประตู แต่พระเยซูมาเพื่อให้ลูกแกะได้รับชีวิตอย่างครบบริบูรณ์

เราทุกคน เมื่อได้มาเชื่อวางใจในพระเยซู ก็ได้รับความรอดจากแดนคนตายและบึงไฟนรก เพื่อเราจะได้ทำการดี นี่คือลักษณะของคนที่ได้รับชีวิต

ควรที่เราจะไถ่เขาให้พ้นอำนาจแดนคนตายหรือ? ควรที่เราจะไถ่เขาให้พ้นความตายหรือ? โอ มัจจุราชเอ๋ย วิบัติของเจ้าอยู่ที่ไหน? โอ แดนคนตายเอ๋ย ความพินาศของเจ้าอยู่ที่ไหน? ความเมตตาเอ็นดูได้ถูกบดบังไว้พ้นสายตาของเราแล้ว
(โฮเชยา 13:14)
พระองค์ประทานพระองค์เองแก่เรา เพื่อไถ่เราให้พ้นจากการอธรรมทุกอย่าง และเพื่อชำระเราให้บริสุทธิ์ จะได้เป็นประชากรของพระองค์โดยเฉพาะซึ่งมีใจกระตือรือร้นที่จะทำการดี
(ทิตัส 2:14)

นี่เป็นเพียงแค่พื้นฐาน คริสเตียนหลายคนพอใจเพียงแค่ได้รับความรอด และแค่ทำดีเท่านั้น แต่ไม่ต้องการที่จะเติบโต เขาเป็นเหมือนเด็กแรกคลอด เมื่อเขาเกิดมา เขามีชีวิตแล้ว แต่เขายังช่วยคนอื่นไม่ได้ เพราะแม้แต่ตัวเองยังเอาตัวไม่รอด

ขอให้เราเติบโต เพื่อที่เราจะได้รับชีวิตที่ครบบริบูรณ์

สุดท้ายนี้ จงเข้มแข็งขึ้นในองค์พระผู้เป็นเจ้า และในอานุภาพอันทรงพลังของพระองค์
(เอเฟซัส 6:10)

ลักษณะของคนที่มีชีวิตที่ครบบริบูรณ์ ได้แก่

1. เต็มล้นไปด้วยพระพร

พระองค์ทรงจัดเตรียมโต๊ะอาหารให้ข้าพระองค์ ต่อหน้าต่อตาคู่อริของข้าพระองค์ พระองค์ทรงเจิมศีรษะข้าพระองค์ด้วยน้ำมัน ถ้วยของข้าพระองค์ก็ล้นอยู่
(สดุดี 23:5)

แม้เมื่ออยู่หน้าศัตรู ชีวิตของเราเต็มล้นไปด้วยพระพร

เมื่อเรามีชีวิตที่ครบบริบูรณ์แล้ว ก็จะไม่มีสิ่งใด แม้กระทั่งศัตรู ที่จะสามารถหยุดยั้งเราได้เลย

2. แม่น้ำแห่งชีวิตจะไหลออกมาจากภายใน

และให้คนที่วางใจในเราดื่ม ตามที่มีคำเขียนไว้แล้วว่า 'แม่น้ำที่มีน้ำดำรงชีวิตจะไหลออกมาจากภายในคนนั้น'
(ยอห์น 7:38)

แม่น้ำแห่งชีวิตจะไหลออกจากภายในชีวิตของเรา

เมื่อคนที่ใจเหี่ยวแห้งได้มาสัมผัสชีวิตของเรา เขาก็ได้รับการหล่อเลี้ยงด้วยน้ำแห่งชีวิตนี้ แม้เราจะพูดเพียงแค่ไม่กี่คำก็ตาม 

3. ได้รับพระคุณซ้อนพระคุณ

เพราะเราได้รับพระคุณซ้อนพระคุณจากความบริบูรณ์ของพระองค์
(ยอห์น 1:16)

ถ้าชีวิตเราครบบริบูรณ์ เราจะไม่มีวันขาดพระคุณจากพระเจ้าเลย แต่เราจะได้รับพระคุณซ้อนพระคุณเสมอ

บางทีเรายังไม่ได้คิดที่จะขออะไรเลยจากพระเจ้าเลย แต่พระองค์ก็เตรียมพระคุณให้แก่เราเรียบร้อยแล้ว

เมื่อเราได้รับพระคุณแล้ว เราก็จะมีใจถ่อม เพราะเรารู้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็นพระคุณของพระเจ้า

พระเจ้ามีพระประสงค์อันดีสำหรับเรา ขอให้เราวางใจในพระองค์

4. รู้พระประสงค์ของพระเจ้า

9 เพราะเหตุนี้ นับตั้งแต่วันที่เราได้ยินเรื่องนี้ เราก็ไม่ได้หยุดอธิษฐานและทูลขอเพื่อท่านทั้งหลาย เพื่อให้ท่านเต็มเปี่ยมด้วยความรู้เรื่องพระประสงค์ของพระองค์โดยสรรพปัญญาและความเข้าใจฝ่ายจิตวิญญาณ
10 เพื่อพวกท่านจะดำเนินชีวิตอย่างสมควรต่อองค์พระผู้เป็นเจ้า และจะเป็นที่ชอบพระทัยของพระองค์ทุกประการ คือให้ท่านเกิดผลในการดีทุกอย่าง และเจริญขึ้นในความรู้ถึงเรื่องพระเจ้า
(โคโลสี 1:9-10)

ถ้าชีวิตของเราครบบริบูรณ์ เราจะรู้พระประสงค์ของพระเจ้า 

5. รู้จักพระปัญญาอันมากล้นของพระเจ้า

เพื่อว่าพวกภูตผีที่ครอบครองและพวกภูตผีที่มีอำนาจในสวรรคสถาน จะได้รู้จักพระปัญญาอันมากล้นหลายด้านของพระเจ้าโดยทางคริสตจักรในเวลานี้
(เอเฟซัส 3:10)

มารคิดว่าเมื่อจับพระคริสต์ไปตรึงที่กางเขนแล้ว เรื่องราวก็คงจะจบ แต่กลับไม่เป็นเช่นนั้นเลย เพราะแผนการของพระเจ้าเดินหน้าต่อไปผ่านทางคริสตจักร

คริสตจักรเป็นพระปัญญาอันซับซ้อนของพระเจ้า ผีมารซาตานยังคาดไม่ถึง แต่ขอบคุณพระเจ้า คนที่มีชีวิตที่ครบบริบูรณ์ จะรู้ถึงแผนการอันซับซ้อนนี้ของพระเจ้า

 

อ. ถนอมจิต ลดาพงษ์พัฒนา
บทเรียน "ยอห์น 10:1-10"
วันที่ 31/01/2016
องค์การสัจธรรมแห่งพระเยซูคริสต์

สรุป/เรียบเรียงโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์

 

หมายเหตุ:

  • ข้อพระคัมภีร์ที่อ้างอิง มาจากพระคริสตธรรมคัมภีร์ไทย ฉบับมาตรฐาน ปี 2011 (THSV11) ของสมาคมพระคริสตธรรมไทย หากไม่ได้ระบุว่ามาจากฉบับอื่น
  • ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ

  

  • ถ้าท่านอ่านแล้ว มีความปรารถนาที่จะเปิดใจออก อธิษฐานทูลเชิญพระเยซูคริสต์เสด็จเข้ามาในชีวิตของท่าน และเป็นพระเจ้าของท่าน  กรุณาไปที่หน้า คำอธิษฐาน
  • ถ้าคุณอ่านแล้วสนใจ กรุณาติดต่อคริสตจักรใกล้บ้านท่านได้เลยครับ หรือถ้าหากต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม ก็ติดต่อโดยตรงได้ที่อีเมลของผมเลยครับ ton@followhissteps.com

FollowHisSteps.com

hit counter

ได้รับการสนับสนุน web hosting จาก SPAComputer.com และ ThaWang.com