Followhissteps.com

รู้จัก "พระเยซู" แหล่งของชีวิตที่ครบบริบูรณ์

2. หมวดประวัติศาสตร์

บทนำ

หมวดใหญ่นี้เริ่มจากโยชูวาถึงเอสเธอร์ซึ่งกินเวลาราว 800 ปี (1200-400 กคศ.) บันทึกเหตุการณ์ตั้งแต่อิสราเอลยึดครองคานาอัน ยุคที่ปกครองโดยผู้วินิจฉัยและกษัตริย์ จนถึงสมัยที่ถูกมหาอำนาจจากทิศเหนือเข้าครอบครองและจับไปเป็นเชลย

เอสราและเนหะมีย์บันทึกเรื่องที่เชลยกลับคืนถิ่น ส่วนเอสเธอร์กล่าวถึงหญิงสาวแสนสวยที่ช่วยชาวยิวให้พ้นความพินาศ

ไม่มีหนังสือประวัติศาสตร์เล่มใดจะบันทึกเหตุการณ์ทั้งหมดไว้ได้ และผู้เขียนเล่มนี้มีจุดประสงค์พิเศษในใจคือ ชี้ให้เห็นว่าน้ำพระทัยพระเจ้าสัมฤทธิผลในอิสราเอลอย่างไร พวกเขาจึงบันทึกอย่างซื่อตรงถึงความหายนะเมื่ออิสราเอลจงใจไม่เชื่อฟังและกษัตริย์ที่ "ดี" หรือ "เลว" จะขึ้นอยู่กับว่าพระองค์เชื่อฟังพระเจ้าหรือทำตามอำเภอใจ

กลับสู่ข้างบน

1. โยชูวา

กล่าวถึงการยึดคานาอัน ดินแดนที่พระเจ้าสัญญาให้พวกเขา โดยมีโยชูวาเป็นผู้นำ

เนื้อเรื่อง

ภาคที่ 1: การยึดครองคานาอัน (1-12)
  • ข้ามแม่น้ำจอร์แดน (1-5)
  • เยรีโค (6)
  • อัย (7-8)
  • การสู้รบทางตอนใต้ (9-10)
  • การสู้รบทางตอนเหนือ (11-12)
ภาคที่ 2: แบ่งดินแดนให้ 12 เผ่า (13-21)
ภาคที่ 3: คำสั่งเสียของโยชูวา (22-24)

สถานที่

ที่ราบฝั่งตะวันออกของแม่น้ำจอร์แดนและคานาอัน

ช่วงเวลา

ประมาณ 1230-1200 กคศ.

เวลาที่เขียน

อาจในสมัยผู้พยากรณ์ซามูเอล

บุคคลสำคัญ

โยชูวา ราหับ และคาเลบ

เหตุการณ์สำคัญ

  • ผู้สอดแนมสองคน (2)
  • ข้ามแม่น้ำจอร์แดน (3)
  • เยรีโคล่ม (6)

ข้อความที่มีชื่อเสียง

"จงเข้มแข็งและกล้าหาญเถิด" (โยชูวา 1:5-9)

"ส่วนข้าพเจ้าและครอบครัวของข้าพเจ้าเราจะปรนนิบัติพระเจ้า" (โยชูวา 24:15)

ใจความสำคัญ

แม่ทัพโยชูวายึดคานาอันภายใต้การนำของพระเจ้าผู้รักษาพระสัญญา และโยชูวานำประชากรปฏิญาณต่อพระองค์อีกครั้งหนึ่ง

กลับสู่ข้างบน

2. ผู้วินิจฉัย

กล่าวถึงวีรบุรุษในยุคที่ไม่ใส่ใจในกฎบัญญัติหลังยึดคานาอันและก่อนมีกษัตริย์องค์แรก

เนื้อเรื่อง

  • วาระสุดท้ายของโยชูวา (1-2)
  • เรื่องของผู้วินิจฉัย (2-16)
  • สมัยที่ยังไม่มีกษัตริย์ (17-21)

วีรกรรมของบุคคลสำคัญ

  • เดโบราห์กับบาราค (4-5)
  • กิเดโอนกับชาวมีเดียน (6-8)
  • เยฟธาห์กับลูกสาว (10-12)
  • แซมสันกับเดลิลาห์ (13-16)

ช่วงเวลา

น้อยกว่า 150 ปี ราว 1200-1070 กคศ.

สถานที่

แผ่นดินอิสราเอล/คานาอัน

บทเรียนสอนใจ

อิสราเอลไม่ทำตามพระบัญชาที่ให้ขับไล่ทุกเผ่าในคานาอันออกไป ผลคืออิสราเอลนมัสการพระอื่น พวกเขาจึงแตกแยก อ่อนแอเป็นเหยื่อศัตรูง่าย แม้จะไม่รักษาสัญญา แต่เมื่อพวกเขากลับมาหาพระองค์ พระองค์ก็ช่วยพวกเขาให้รอดผ่านทางวีรบุรุษ

กลับสู่ข้างบน

3. นางรูธ

เนื้อเรื่อง

การกันดารอาหารส่งผลให้ครอบครัวนาโอมีอพยพไปโมอับ แต่สามีกับลูกเสียชีวิตที่นั่น เมื่อนาโอมีกลับเบธเลเฮม รูธถึงกับยอมทิ้งบ้านเมืองมาเป็นเพื่อนแม่สามี แถมยังเก็บเศษข้าวในนายังชีพ และพบโบอาสญาติในตระกูลสามี โบอาสซึ้งใจในความกตัญญูของรูธ จึงขจัดปัดเป่าอุปสรรคต่างๆจนได้แต่งงานกับเธอ รูธหญิงต่างชาติได้เลือกพระเจ้าของนาโอมีมาเป็นพระเจ้าของตน และในที่สุดนางกลายเป็นย่าทวดของกษัตริย์ดาวิด

ช่วงเวลาและสถานการณ์

เกิดขึ้นที่โมอับและเบธเลเฮม ในสมัยผู้วินิจฉัยที่สังคมเต็มไปด้วยความรุนแรง

ใจความสำคัญ

ความรักและความภักดี พระเจ้าจะเลี้ยงดูทุกคนที่มาหาพระองค์ไม่ว่าเชื้อชาติไหน

กลับสู่ข้างบน

4. 1 และ 2 ซามูเอล

เป็นประวัติศาสตร์อิสราเอลตั้งแต่ผู้วินิจฉัยคนสุดท้ายจนถึงปีสุดท้ายของกษัตริย์ดาวิด

เนื้อเรื่อง

  • พระเจ้าเลือกซามูเอลเป็นผู้นำอิสราเอล (1 ซามูเอล 1-7)
  • ซาอูลกษัตริย์องค์แรกของอิสราเอล (8-10)
  • ซาอูล: การไม่เชื่อฟังและถูกปลด (11-15)
  • พระเจ้าเลือกสรรดาวิด (16)
  • ดาวิดสู้กับโกลิอัท (17)
  • ซาอูลอิจฉา: ดาวิดหลบหนี (18-30)
  • ซาอูลกับโยนาธานเสียชีวิต (31; 2 ซามูเอล 1)
  • ดาวิดขึ้นครองยูดาห์ (2-4)
  • ดาวิดครองอิสราเอล และพระสัญญา (5-7)
  • สงครามสมัยดาวิด (8-10)
  • ดาวิดกับบัทเชบา: พระเจ้าลงโทษ (11-12)
  • ปัญหาในราชวงศ์: อับซาโลมกบฏ (13-20)
  • ปลายรัชสมัยดาวิด (21-24)

สถานการณ์และช่วงเวลา

กษัตริย์ดาวิดสู้รบตลอดชีวิตเพื่อขยายอาณาเขตและนำสันติภาพมา กินเวลาประมาณ 100 ปี ราว 1075-975 กคศ.

เวลาที่เขียน

หลังจากอิสราเอลแบ่งเป็นสองอาณาจักรโดยอาจใช้ข้อมูลของซามูเอลและผู้พยากรณ์คนถัดมา และยังอ้างอิงจากสดุดีบางบท

บุคคลและเหตุการณ์สำคัญ

  • ฮันนาห์-ซามูเอลเกิด (1 ซามูเอล 1)
  • เอลี-พระดำรัสที่มาถึงซามูเอล (3)
  • หีบพันธสัญญาถูกศัตรูยึดไปและส่งคืน (4-6)
  • ซามูเอลเจิมดาวิดเป็นกษัตริย์ (16)
  • ดาวิดกับโกลิอัท (17)
  • ดาวิดกับโยนาธาน (18-20)
  • ให้ราชวงศ์ดาวิดดำรงเป็นนิตย์ (2 ซามูเอล 7)
  • ดาวิดกับบัทเชบา (11)

ข้อความที่มีชื่อเสียง

  • คำอธิษฐานของฮันนาห์ (1 ซามูเอล 2)
  • ดาวิดคร่ำครวญถึงโยนาธาน (2 ซามูเอล 1)
  • แกะของคนจน (2 ซามูเอล 12)

บทเรียนสอนใจ

อิสราเองไม่ควรมีกษัตริย์นอกจากพระเจ้า ซามูเอลจึงยับยั้งคนอิสราเอลในเรื่องนี้ แต่กระนั้นพระเจ้ายังประทานกษัตริย์ให้ตามที่ประชาชนขอ แม้ทรงรู้ว่าจะมีปัญหาตามมา

ซาอูลเริ่มต้นด้วยดี แต่ความหยิ่งยโสชักนำให้กบฏต่อพระเจ้าจนถูกปลดออก

ดาวิดเป็นที่พอพระทัยพระเจ้า ความไว้วางใจในพระเจ้าไม่เคยทำให้ดาวิดผิดหวัง แม้บางครั้งจะผิดพลาด แต่ดาวิดพร้อมจะขออภัยโทษจากพระเจ้าเสมอ

จุดใหญ่คือพระเจ้าสัญญาว่าราชวงศ์ดาวิดจะคงอยู่เป็นนิตย์ พระสัญญานี้สำเร็จในชีวิตพระเยซูซึ่งเป็นพงศ์พันธุ์ดาวิด

กลับสู่ข้างบน

5. 1 และ 2 พงศ์กษัตริย์

บันทึกประวัติศาสตร์อิสราเอลตั้งแต่ดาวิดสิ้นพระชนม์ การแบ่งแยกอาณาจักร จนถึงบาบิโลนเผาผลาญเยรูซาเล็มและพระวิหาร

เนื้อเรื่อง

ภาคที่ 1: รัชสมัยซาโลมอน (1 พงศ์กษัตริย์ 1-2)
ภาคที่ 2: การปกครองของซาโลมอน (3-11)
  • ซาโลมอนผู้หลักแหลม (3-4)
  • สร้างและถวายพระวิหาร (5-8)
  • พระสัญญาของพระเจ้า การค้าและการก่อสร้างของซาโลมอน (9)
  • ราชินีเชบามาเยือน (10)
  • ความล้มเหลวของซาโลมอน (11)
ภาคที่ 3: แบ่งอาณาจักร (12-2 พงศ์กษัตริย์ 17)
  • เผ่าเหนือกบฏ (12-14)
  • กษัตริย์แห่งยูดาห์และอิสราเอล (14-16)
  • เอลียาห์ประลองกับบาอัล (17-19)
  • อาหับแห่งอิสราเอล (20-22)
  • เยโฮชาฟัทและอาหัสยาห์ (22-2 พงศ์กษัตริย์ 1)
  • เอลีชาผู้พยากรณ์คนใหม่ของพระเจ้า (2-8)
  • กษัตริย์แห่งอิสราเอลและยูดาห์ (8-16)
  • อัสซีเรียตีสะมาเรียแห่งอิสราเอลแตก (17)
ภาคที่ 4: อาณาจักรยูดาห์ (18-25)
  • อัสซีเรียข่มขู่เฮเซคียาห์ (18-20)
  • มนัสเสห์และอาโมนแห่งยูดาห์ (21)
  • โยสิยาห์ทรงปฏิรูป (22-23)
  • กษัตริย์องค์ท้ายๆ แห่งยูดาห์ (24)
  • บาบิโลนตีเยรูซาเล็มและเผาพระวิหาร (25)

สถานการณ์และช่วงเวลา

รัชสมัยซาโลมอน (ราว 970-930 กคศ.) เป็นยุคทองแห่งอิสราเอล เหตุการณ์ในอาณาจักรอิสราเอลและยูดาห์ต่อจากนั้นเกิดขึ้นขณะอัสซีเรียเรืองอำนาจ ตามด้วยบาบิโลน กินเวลาประมาณ 400 ปี ราว 975-586 กคศ. สะมาเรียแตกใน 722 กคศ. ส่วนเยรูซาเล็มแตกใน 586 กคศ.

พงศวดารบันทึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเวลาเดียวกับพงศ์กษัตริย์ ทั้งอาโมส โฮเชยา อิสยาห์ มีคาห์ นาฮูม ฮาบากุก เศฟันยาห์และเยเรมีย์ล้วนอยู่ในช่วงเวลานี้

เวลาที่เขียน

เรียบเรียงขึ้นครั้งสุดท้ายในสมัยที่ชาวยิวตกเป็นเชลย ราว 550 กคศ. โดยใช้แหล่งข้อมูลเก่าแก่คือ จดหมายเหตุทางราชการและพระราชวัง และเรื่องของผู้พยากรณ์

บุคคลและเหตุการณ์สำคัญ

  • การวินิจฉัยของซาโลมอน (1 พงศ์กษัตริย์ 3)
  • สร้างพระวิหาร (6)
  • ซาโลมอนกับราชินีเชบา (10)
  • เอลียาห์กับแม่หม้ายแห่งศาเรฟัท (17)
  • เอลียาห์กับผู้พยากรณ์ของบาอัล (18)
  • เอลียาห์กับพระสุรเสียงแผ่วเบา (19)
  • สวนองุ่นของนาโบท (21)
  • เอลียาห์กับรถม้าเพลิง (2 พงศ์กษัตริย์ 2)
  • เอลีชากับหญิงชาวชูเนม (4)
  • นาอามานหายโรค (5)
  • สะมาเรียถูกล้อม (6)
  • ราชินีเยเซเบลพินาศ (9)
  • ราชินีอาธาลิยาห์ฆ่าล้างราชวงศ์ (11)
  • สะมาเรียแตก (17)
  • อัสซีเรียล้อมกรุงเยรูซาเล็ม (18)
  • โยสิยาห์ทรงพบพระบัญญัติ (22)
  • เยรูซาเล็มแตก พระวิหารถูกทำลาย (25)

ข้อความที่มีชื่อเสียง

  • ซาโลมอนอธิษฐานขอสติปัญญา (1 พงศ์กษัตริย์ 3)
  • คำอธิษฐานถวายพระวิหาร (1 พงศ์กษัตริย์ 8)

บทเรียนสอนใจ

กษัตริย์ทุกองค์ในสองเล่มนี้ถูกประเมินชีวิตตามความสัตย์ซื่อและจงรักภักดีต่อพระเจ้า เมื่อกษัตริย์และประชาชนตั้งใจเชื่อฟังและให้เกียรติพระเจ้า ทุกอย่างจะดำเนินด้วยดี แต่เมื่อจงใจไม่เชื่อฟัง ความหายนะจะตามมาแม้พระเจ้าไม่อยากให้เป็นเช่นนั้นก็ตาม พระองค์ประสงค์ให้อิสราเอลเชื่อฟังด้วยความเต็มใจเพื่อประโยชน์ของพวกเขาเอง พระองค์เตือนถึงภาวะวิกฤตโดยส่งเอลียาห์และเอลีชามาในฐานะโฆษกของพระองค์ แต่ประชาชนทำเฉย ความหายนะจึงมาถึงสะมาเรียแตก เยรูซาเล็มตกอยู่ในมือศัตรู อาณาจักรเหนือถูกลบจากประวัติศาสตร์ ส่วนยูดาห์ก็ถูกเนรเทศไปยังประเทศอื่น

กลับสู่ข้างบน

6. 1 และ 2 พงศาวดาร

กล่าวถึงเหตุการณ์เดียวกับใน 2 ซามูเอลและพงศ์กษัตริย์ แต่เนื่องจากสองเล่มนี้เขียนขึ้นเพื่อให้เชลยยิวที่กลับจากบาบิโลนอ่าน จึงมุ่งเน้นที่ยูดาห์อาณาจักรใต้

เนื้อเรื่อง

ภาคที่ 1: ลำดับพงศ์ตั้งแต่อาดัมจนถึงเชลยยิวกับจากบาบิโลน (1 พงศาวดาร 1-9)
ภาคที่ 2: รัชสมัยดาวิด (10-29)
  • ซาอูลสิ้นพระชนม์ (10)
  • ดาวิดขึ้นครองราชย์ (11-21)
  • ดาวิดเตรียมวัสดุสำหรับพระวิหาร (22-29)
ภาคที่ 3: รัชกาลซาโลมอน (2 พงศาวดาร 1-9)
  • แหล่งปัญญา-ความมั่งคั่งของซาโลมอน (1)
  • ก่อสร้างและถวายพระวิหาร (2-7)
  • กิตติศัพท์ของซาโลมอน (8-9)
ภาคที่ 4: กษัตริย์แห่งยูดาห์ (10-36)
  • เผ่าเหนือกบฏในสมัยเรโหโบอัม (10)
  • ตั้งแต่เรโหโบอัมจนถึงอาสา (11-16)
  • เยโฮซาฟัททรงปฏิรูป (17-20)
  • ตั้งแต่เยโฮซารัมถึงอาหัส (21-28)
  • เฮเซคียาห์ทรงปฏิรูป (29-32)
  • มนัสเสห์และอาโมน (33)
  • โยสิยาห์ทรงปฏิรูป (34-35)
  • จุดจบกษัตริย์ยูดาห์และเยรูซาเล็มแตก (36)

ช่วงเวลา

บันทึกประวัติศาสตร์อิสราเอลตั้งแต่ซาอูลสิ้นพระชนม์ถึงเชลยยิวกลับจากบาบิโลนสู่ถิ่นฐานเดิมราว 1000 กคศ. จนกษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์ตีเยรูซาเล็มแตกใน 587/6

เวลาที่เขียน

หลังจากเชลยยิวกลับยูดาห์ราว 400 กคศ.

เหตุการณ์สำคัญ

  • นำหีบพันธสัญญากลับ (1 พงศาวดาร 15-16)
  • ซาโลมอนถวายพระวิหาร (2 พงศาวดาร 5-7)
  • เฮเซคียาห์ถวายพระวิหารอีกครั้ง (29)

ข้อความที่มีชื่อเสียง

  • เพลงสรรเสริญของดาวิด (1 พงศาวดาร 16)
  • คำสรรเสริญพระเจ้า-สั่งเสียซาโลมอน (29)
  • คำอธิษฐานถวายพระวิหาร (2 พงศาวดาร 6-7)
  • พระเจ้าสัญญากับซาโลมอนถึงอนาคต (7)

บทเรียนสอนใจ

มุ่งให้ชาวยิวที่เพิ่งกลับเยรูซาเล็มเข้าใจว่าพวกเขายังเป็นประชากรพิเศษของพระเจ้าผู้ทรงอวยพระพรยุคต้นของอาณาจักร คือในสมัยดาวิดและซาโลมอน และกำหนดการนมัสการและรายละเอียดเกี่ยวกับระบบการถวายเครื่องบูชา ปุโรหิต คนเลวี และคณะนักร้องในพระวิหาร แต่กษัตริย์หลายองค์มิได้เชื่อฟัง กลับทำลายระบบเหล่านั้นอันส่งผลให้เยรูซาเล็มแตก พระวิหารถูกเผาผลาญและชาวยิวตกเป็นเชลย แต่พระสัญญาที่พระเจ้ามีต่ออิสราเอลยังมั่นคงอยู่และนี่เป็นเวลาที่จะกอบกู้ประเทศขึ้นใหม่ การฟื้นฟูการนมัสการในรัชสมัยเยโฮชาฟัท เฮเซคียาห์และโยสิยาห์ หนุนใจให้เชลยยิวฟื้นฟูความเชื่อ (ข่าวสารนี้เหมือนคำสอนของผู้พยากรณ์ฮักกัยกับเศคาริยาห์)

กลับสู่ข้างบน

7. เอสรา

กล่าวถึงเชลยยิวสองกลุ่มหวนคืนถิ่นเดิมจากบาบิโลน บูรณะพระวิหาร และเริ่มรักษาพระบัญญัติภายใต้การนำของเอสรา

เนื้อเรื่อง

ภาคที่ 1: กลุ่มแรกที่กลับเยรูซาเล็ม (1-2)
ภาคที่ 2: สร้างพระวิหารขึ้นใหม่ (3-6)
  • เริ่มสร้างพระวิหารอย่างชื่นชมยินดี (3)
  • ถูกต่อต้านแต่ได้รับความอุปถัมภ์จากพระราชาเปอร์เซีย (4)
  • เริ่มสร้างพระวิหารอีกครั้ง (5:1-6:12)
  • ถวายพระวิหาร-ฉลองปัสกา (6:13-22)
ภาคที่ 3: กลุ่มที่สองกลับเยรูซาเล็ม (7-10)
  • รายชื่อ-การเดินทางของคนที่กลับมา (7-8)
  • ปัญหาการแต่งงานกับชาวต่างชาติ (9-10)

ช่วงเวลาและสถานการณ์

การคืนถิ่นของเชลยยิวมิได้เกิดขึ้นแค่ครั้งเดียว แต่มากันหลายระลอกในระยะกว่าร้อยปี ในรัชสมัยพระราชาเปอร์เซียหลายพระองค์ตั้งแต่ราว 538 ถึง 428 กคศ. แต่เมื่อถึงถิ่นเดิมพบว่าชาวยิวในเยรูซาเล็มที่ไม่ได้ถูกจับไปบาบิโลนได้ผสมปนเปกับต่างชาติแถมยังต่อต้านพวกเขา เยรูซาเล็มและพระวิหารอยู่ในสภาพปรักหักพัง และชนชาติยิวไม่มีการพัฒนาใดๆเลย

เวลาที่เขียน

อาจเขียนขึ้นเพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติมต่อจากพงศวดาร ราว 400 กคศ.

บุคคลสำคัญ

เอสรา ผู้เป็นปุโรหิตจากเชื้อสายอาโรนเชี่ยวชาญในพระบัญญัติ

เศรุบบาเบลผู้นำเชลยกลุ่มแรกที่กลับคืนถิ่นเป็นหลานของกษัตริย์เยโฮยาคีนผู้ถูกจับไปเป็นเชลยที่บาบิโลน

พระราชาไซรัสแห่งเปอร์เซียผู้โค่นล้มบาบิโลนออกกฤษฎีกาให้เชลยทั้งหมดรวมทั้งยิวกลับถิ่นฐานเดิม อิสยาห์พยากรณ์ไว้แล้วว่าการกระทำของพระราชาที่ไม่เชื่อในพระเจ้าผู้นี้ เป็นพระราชกิจของพระเจ้า

เหตุการณ์สำคัญ

  • ไซรัสให้เชลยกลับคืนถิ่นฐานเดิม (1)
  • ฉลองปัสกาครั้งแรกที่พระวิหารหลังใหม่ (6)
  • เอสรากลับเยรูซาเล็มพร้อมกับลูกหลานของเจ้าหน้าที่พระวิหาร (7-8)

บทเรียนสอนใจ

ผู้เขียนอาจเขียนด้วยความเชื่อมั่นว่าชาวยิวยังคงเป็นประชากรพิเศษของพระเจ้าแม้ว่าพระองค์เนรเทศให้เป็นเชลยและยกเลิกระบบกษัตริย์ก็ตาม จากเล่มนี้เห็นชัดว่าความเชื่อนี้กลายเป็นความจริง เพราะเฉลยที่กลับคืนถิ่นได้บูรณะพระวิหารขึ้นใหม่และยอมรับนับถือพระเจ้าอีกครั้ง พวกเขาจะถือรักษาพระบัญญัติทุกข้ออย่างครบถ้วนและเป็นชนชาติที่แยกออกจากชาติอื่น

กลับสู่ข้างบน

8. เนหะมีย์

เรื่องของเนหะมีย์เชลยยิวผู้นำเชลยกลุ่มที่สามกลับเยรูซาเล็ม เขาได้เป็นผู้ว่าราชการยูดาห์และเร่งเร้าให้ชาวยิวบูรณะกำแพงเมือง การปฏิรูปทางศาสนาของเขาคาบเกี่ยวกับงานของเอสรา

เนื้อเรื่อง

ภาคที่ 1: เนหะมีย์บูรณะกำแพงเมือง (1-7)
  • เนหะมีย์อธิษฐานเพื่อเยรูซาเล็ม (1)
  • เนหะมีย์กลับสู่บ้านเดิม (2)
  • บูรณะกำแพงขณะถูกต่อต้าน (3:1-7:3)
  • ายชื่อเชลยที่กลับคืนถิ่น (7:4-73)
ภาคที่ 2: พระบัญญัติ การสารภาพบาปและปฏิญาณใหม่ (8-10)
  • อ่านพระบัญญัติและสารภาพบาป (8)
  • เอสราอธิษฐาน (9:1-37)
  • สัญญาจะทำตามพระบัญญัติ (9:38-10:39)
ภาค 3: ประชาชนและผู้ว่าที่ปฏิรูป (11-13)
  • รายชื่อประชาชน-เจ้าหน้าที่ (11:1-12:26)
  • ถวายกำแพงใหม่ (12:27-43)
  • เนหะมีย์ปฏิรูป (12:44-13:31)

ช่วงเวลาและสถานการณ์

เนหะมีย์กลับเยรูซาเล็มในปี 445 กคศ. และเป็นผู้ว่า 12 ปีจนถึง 433 กคศ. เขาผละจากตำแหน่งในพระราชวังเปอร์เซียที่รุ่งเรืองและแสนสบายเพื่อไปยังเมืองที่เริ่มบูรณะแต่ยังอยู่ในสภาพย่ำแย่ ผู้พยากรณ์มาลาคีอาจทำงานในช่วงนี้

เวลาที่เขียน

เล่มนี้เกี่ยวข้องกับพงศาวดารและเอสราอย่างใกล้ชิด อาจเขียนขึ้นราว 400 กคศ. ข้อมูลหลักอาจได้จากการบันทึกของเนหะมีย์

เหตุการณ์สำคัญ

  • เนหะมียกลับเยรูซาเล็ม (2)
  • กำแพงบูรณะเสร็จ (6)

ข้อความที่มีชื่อเสียง

คำอธิษฐานสารภาพบาปของประชาชน (9)

บทเรียนสอนใจ

เนหะมีย์นักปฏิบัติได้ชูใจชาวยิวที่หดหู่ด้วยการก้าวเข้ามาเป็นผู้นำทั้งด้านจิตใจและการกระทำ จนงานที่ยากลำบากลุล่วงไปได้ท่ามกลางการต่อต้านอันรุนแรง เขายังเป็นนักอธิษฐานที่พึ่งพิงพระเจ้าสุดใจและมีประสิทธิภาพสูง ชาวยิวได้ฟื้นฟูชีวิตด้านศาสนาภายใต้การนำอันเก่งกาจของเขาและเอสรา

กลับสู่ข้างบน

9. เอสเธอร์

สาวยิวผู้เลอโฉมขึ้นเป็นราชินีของพระราชาอาหสุเอรัสแห่งเปอร์เซีย เธอใช้ไหวพริบคว่ำอุบายที่จะกวาดล้างยิวในอาณาจักรเปอร์เซียได้สำเร็จด้วยความช่วยเหลือของโมรเดคัย ในที่สุดฮามานคนต้นคิดอุบายนั้นถูกประหารชีวิต และโมรเดคัยได้เลื่อนยศ

สถานที่

เกิดขึ้นที่สุสาเมืองหลวงฤดูหนาวแห่งอาณาจักรเปอร์เซีย ในสมัยที่เชลยยิวส่วนใหญ่กลับไปเยรูซาเล็มแล้ว แต่บางคนยังอยู่ที่เปอร์เซียซึ่งเป็นอาณาจักรที่โค่นล้มบาบิโลน

ใจความสำคัญ

เล่มนี้ไม่ได้เอ่ยถึงพระเจ้าและไม่เกี่ยวข้องกับศาสนาเท่าไร แต่เป็นตัวอย่างชี้ให้เห็นว่าชาวยิวรอดพ้นจากมหันตภัยมาได้อย่างไร ปัจจุบันชาวยิวยังอ่านเล่มนี้ในเทศกาลปูริม

กลับสู่ข้างบน

เขียนโดย คุณโปรดปราน

  

  • ถ้าท่านอ่านแล้ว มีความปรารถนาที่จะเปิดใจออก อธิษฐานทูลเชิญพระเยซูคริสต์เสด็จเข้ามาในชีวิตของท่าน และเป็นพระเจ้าของท่าน  กรุณาไปที่หน้า คำอธิษฐาน
  • ถ้าคุณอ่านแล้วสนใจ กรุณาติดต่อคริสตจักรใกล้บ้านท่านได้เลยครับ หรือถ้าหากต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม ก็ติดต่อโดยตรงได้ที่อีเมลของผมเลยครับ ton@followhissteps.com

FollowHisSteps.com

hit counter

ได้รับการสนับสนุน web hosting จาก SPAComputer.com และ ThaWang.com